ตรวจน้ำอาบอบนวด “โคปา คาบาน่า” พบบางจุดค่าใกล้เคียงน้ำบาดาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจ้าหน้าที่ ปทส.และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าตรวจสอบ สถานบริการ อาบอบนวด ‘โคปา คาบาน่า’ ย่านรัชดา ซึ่งมีรายชื่อหุ้นส่วนเกี่ยวพันกับ ‘วิคตอเรีย ซีเครท’ เพื่อตรวจหาว่า ลักลอบใช้น้ำบาดาลเพื่อให้บริการลูกค้าหรือไม่ ล่าสุดพบบางจุดที่วัดค่าได้ใกล้เคียงกับน้ำบาดาล

วันนี้ (27 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เปิดท่อใช้น้ำของสถานบริการ โคปา คาบาน่า อาบอบนวด ที่ซอยรัชดาภิเษก 17 เพื่อนำตัวอย่างน้ำ ไปตรวจสอบหาค่าเหนี่ยวนำไฟฟ้าในน้ำ ว่าสถานบริการแห่งนี้ลักลอบใช้น้ำบาดาลหรือไม่ ซึ่งปกติพบว่าใช้น้ำจำนวนมาก รวมทั้งตรวจสอบโครงสร้างตัวอาคาร ว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.อาคารหรือไม่ ภายหลังตำรวจพบหลักฐานพบว่ามีชื่อ น.ส.ศศิธร วีระเทพสุภรณ์ หุ้นส่วนสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ในเอกสารการจดทะเบียน

โดยก่อนเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าแสดงต่อผู้ประกอบการ ซึ่งมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. , กรมทรัพยากรน้ำบาดาล , สำนักงานเขตดินแดง , ตำรวจท้องที่ สน.ห้วยขวาง และทหาร เข้าร่วมตรวจสอบ ซึ่งตัวอย่างน้ำ 11 ตัวอย่าง ถูกนำมาวัดค่าเหนี่ยวนำไฟฟ้า พบว่ามี 1 ตัวอย่าง ที่มีค่าสูงถึง 568 ไมโครซีเมนต่อเซนติเมตร สูงกว่าค่ามาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 388 ไมโครซีเมนต์ต่อเซ็นติเมตร และต้องนำตัวอย่างทั้งหมดเข้าห้องแลปเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในการหาแร่ธาตุว่าเป็นน้ำบาดาลหรือไม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะทราบผลการตรวจ

ขณะที่ นายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และ พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ปทส. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในอาบอบนวดโคปาคาบาน่า เบื้องพบจุดต้องสงสัย 3 จุดที่คาดว่ามีการขุดเจาะวางระบบสูบน้ำบาดาล โดยหากพบว่าสถานบริการแห่งนี้มีการลักลอบใช้น้ำบาดาล ทางศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาลจะแจ้งความดำเนินคดีทันที มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนกรณี ปรากฏบัญชีตำรวจเข้าใช้บริการพร้อมส่วนลด ของ วิคตอเรีย ซีเครท ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกียวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้สอบสวนถึงวิธีการและขั้นตอนการลงชื่อของเจ้าหน้าที่ ๆ เข้ามาใช้บริการ และขอส่วนลดการให้บริการต่าง ๆ เช่น มาใช้บริการด้วยตัวเองหรือไม่ หากมีผู้อื่นมาใช้โควต้าของเจ้าหน้าที่จะต้องประสานเด็กเชียร์แขกคนไหน รวมทั้งหาความหมายของการลงบิลเอกสาร เบื้องต้นได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือ โดยให้การว่าไม่รู้ไม่เห็น ซึ่งวันที่ 30 ม.ค. จะรายงานกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรหามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ