ปี 2018 ถือเป็นปีที่น่ายินดีสำหรับประชากรช้างทั่วโลก หลังจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้างาช้างผิดกฎหมายรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ออกกฎหมายห้ามซื้อขายและแปรรูปงาช้าง รวมถึงสั่งปิดตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายทั้งหมด
ล่าสุด ถึงคิวของฮ่องกง ซึ่งถือเป็นตลาดค้าปลีกงาช้างรายใหญ่ ที่มีอายุเก่าแก่ยาวนานกว่า 150 ปี เริ่มมีการหันมาเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามขบวนการล่าช้างเพื่อเอางา โดยเมื่อวานนี้สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นผ่านกฎหมายห้ามค้าขายงาช้าง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ภายใต้กฎหมายใหม่ ผู้ที่ฝ่าฝืน จะถูกปรับเป็นเงิน 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 44 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากกว่าโทษปรับเดิมอีก 1 เท่าตัว และอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี จากปัจจุบันที่กำหนดโทษจำคุกไว้ที่ 2 ปีเท่านั้น โดยทางการตั้งเป้าว่าจะสามารถยุติกิจกรรมเชิงพาณิชย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงาช้างได้ภายในปี 2021
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาไซเตส สร้างความยินดีให้แก่นักเคลื่อนไหวพิทักษ์สัตว์ป่า เนื่องจากถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การหยุดฆ่าช้าง ขณะที่บรรยากาศที่หน้าสภานิติบัญญัติฮ่องกงเมื่อวานนี้ มีประชาชนและกลุ่มนักเคลื่อนไหวจำนวนมากออกมารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนกฎหมายดังกล่าว
ข้อมูลจาก WildAid ซึ่งเป็นกลุ่มเอ็นจีโอเพื่อสัตว์ป่า คาดว่า มีช้างถูกฆ่าตายอย่างผิดกฎหมายปีละประมาณ 30,000 ตัว ขณะที่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฮ่องกงสามารถยึดงาช้างผิดกฎหมายได้มากถึง 7.2 ล้านตัน ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยยึดได้ในรอบกว่า 30 ปี