ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ แจงไม่รู้จักกับ “บิ๊กอิตาเลียนไทย”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตกจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าหลายชนิด และอาวุธปืนยาวหลายกระบอก ขณะตั้งแคมป์ที่พักอยู่ในป่าห้วยปะชิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ด้านผู้บริหารระดับสูงกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้ ไม่รู้จักกับ นายเปรมชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับพวกอีก 3 คน คือ นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี นายนที เรียมแสน อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา และนายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จับกุมพร้อมอาวุธปืนไรเฟิล 1 กระบอก  ปืนลูกซองแฝดเบอร์20 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนยาวขนาด .22  จำนวน 1 กระบอก

นอกจากนี้ ยังพบของกลางเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด ได้แก่ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง ซากเสือดำ และหนังเสือ จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลางในการดำเนินคดี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย เดเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก รวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก -หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง -หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช  โปรแกรม 2 วัน 1 คืน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ว่า คณะของนายเปรมชัย ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ซึ่งเป็นจุดที่ไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบแล้วก็พบอาวุธปืนยาว 2 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอกพร้อมกระสุน นอกจากนี้ยัง พบว่า ในบริเวณตั้งแคมป์มีซากไก่ฟ้าหลังเทาและเนื้อเก้ง จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัยกับพวก พร้อมของกลางทั้งหมดมาที่สำนักงานเพื่อทำการสอบสวน

จากนั้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมพบ ซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แคมป์ที่พักก็พบหนังเสือดำลักษณะเป็นผืนทั้งตัว โดยถูกชำแหละเนื้อออกไปแล้ว และผืนหนังเสือดำถูกถนอมซากด้วยการทาด้วยเกลือเพื่อมิให้เน่าเสีย วัดขนาดความยาวจากหัวถึงสะโพก 83 เซนติเมตร ความยาวจากหัวถึงหาง 148 เซนติเมตร รวมทั้งพบกะโหลกเสือดำ  1 หัว  ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในถุงดำและมัดปากถุงด้วยเชือก ซุกซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้

จุดต่อมาอยู่ไม่ไกลจากแคมป์ที่พัก พบกระเป๋าสะพายข้างสีแดงดำซุกซ่อนอยู่ใต้เศษหญ้าแห้ง ภายในกระเป๋ามีกระสุนปืนชนิดต่าง ๆ อีกหลายสิบนัด นอกจากนี้ยังพบน้ำมันล้างปืน ไฟฉาย 1 กระบอก ช้อนส้อมแบบพับได้ 1 คู่ มีดพับ  1  เล่ม นอกจากนี้ยังพบซากเสือดำ 1 ตัว ถูกชำแหละแล้ว รวมน้ำหนักซาก น้ำหนักกะโหลกและเครื่องในได้ 10.6 กิโลกรัม และหนังเสือ โดยบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าปิดคลุมไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินคดีข้อหา 6 ข้อหา ได้แก่ 1.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย 3.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 4.นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใด ๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต และ6.ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ต่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว โดยเบื้องต้นทราบว่า นายเปรมชัย ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากสัตว์ป่าที่พบ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานเกี่ยวข้องหรือไม่อยู่ในระหว่างตรวจสอบ

ล่าสุด ยังไม่มีความชัดเจนว่าขณะนี้กลุ่มผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดยังถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฯ ควบคุมตัวอยู่หรือไม่ หรือได้ถูกส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินคดีแล้ว แต่สุดท้ายแล้วตามขั้นตอนกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฯ จะต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกระแสข่าวที่มีการพาดพิงถึงผู้บริหารระดับสูงกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่า เป็นผู้อนุญาตให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้เข้าไปในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น นางสาวกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยืนยันกับพีพีทีวีว่า ไม่รู้จักกับ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด แต่ตนได้รับโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ (ไม่ได้ระบุว่าใคร) โทรสอบถามว่าจะมีคนไปพักในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ต้องทำอย่างไร ตนก็บอกข้อมูลเบื้องต้นและประสานไปยังหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ตะวันตก ซึ่งก็ทำตามขั้นตอนปกติ ย้ำคณะที่เข้าไปไม่ใช่แขกของตน

ขณะที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของไทยตั้งแต่ปี 2534 ดังนั้นการกระทำที่เกิดขึ้นครั้งนี้นับเป็นการกระทำที่ปราศจากความละอายใจและย่ามใจว่าเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าดำเนินการตรวจสอบ และขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในความกล้าหาญสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล อย่างได้เกรงกลัวต่ออิทธิพลและสถานะทางธุรกิจของผู้ต้องหา ขอให้สืบสวนดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ