วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา นายเปรมชัย กับพวกรวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก – หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง – หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ระยะทาง 30 กิโลเมตร โปรแกรม 2 วัน 1 คืน ต่อมา วันที่ 4 ก.พ. 61 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชว่า คณะของนายเปรมชัย แอบลักลอบตั้งแคมป์ในพื้นที่ ไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจสอบ พบอาวุธปืน และซากสัตว์ป่า วันที่ 5 ก.พ.61 เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบซากเสือดำและเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก และได้ส่งดำเนินคดีที่ สภ.ทองผาภูมิ
สำหรับหลักฐานที่ตรวจสอบพบในที่เกิดเหตุ มีทั้งอาวุธปืน และซากสัตว์ โดยเฉพาะซากเสือดำ โดยนายเปรมชัยและพวก ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ค่าพิกัด 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งเป็นจุดที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ ตรวจพบ อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนไรเฟิลติดลำกล้องจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองแฝด จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนพร้อมใช้งานและพบซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้ง จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัย กรรณสูตและคณะมาที่สำนักงานเขตฯ ถึงในเวลา 02.40 น. ต่อมา วันที่ 5 ก.พ.61 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นเพิ่มเติมพบ ซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แคมป์พัก กำลังส่งดำเนินคดี สภ.ทองผาภูมิที่พบ บรรจุอยู่ในถุงดำ และมัดปากถุงด้วยเชือก ซุกซ่อนไว้ใต้พุ้มไม้ ถูกพบตรงจุดห่างจากแคมป์พักแรม ประมาณ 5 เมตร เมื่อเปิดดู พบว่าหนังเสือดำ ถูกชำแหละเนื้อออกไปแล้ว ลักษณะเป็นผืนทั้งตัว มีการถนอมซากด้วยการทาเกลือเพื่อไม่ให้เน่าเสีย จากการวัดขนาดความยาวจากหัวถึงหาง 143 เซนติเมตร รวมทั้งพบกะโหลกเสือดำ 1 หัว
ขณะที่ อีกจุดซึ่งอยู่ไม่ไกล จากจุดที่พบซากเสือดำ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าสะพายข้างสีแดงดำ ถูกซุกซ่อนในพงหญ้า เมื่อเปิดออกมา พบกระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนไรเฟิล หลายรายการ จุดสุดท้าย พบซากเสือดำ 1 ตัว ถูกชำแหละแล้ว รวมน้ำหนักซากทั้งหมด ประมาณ 10 กิโลกรัม อยู่ในถุงพลาสติก และถูกเศษหญ้าปิดทับไว้ ส่วนอาวุธปืน ที่พบในที่เกิดเหตุ หลักๆ มีปืนลูกซอง และอาวุธปืนไรเฟิล ทีมข่าวนำรุ่น และชนิดของปืนที่เกิดเหตุ ไปสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน พบว่า ปืนไรเฟิล STEYR-MANNLICHER-M ในเมืองไทยไม่มีผู้นำเข้า เพราะมีราคาสูงผลิตในประเทศออสเตรีย ใช้ในทางการทหารและพาณิชย์ ราคากระบอกละ 2- 3 แสนบาท อาวุธปืนยี่ห้อนี้ มีเพียงปืนสั้นที่นำเข้ามาขายในไทยเท่านั้น ส่วนปืนยาวก็นิยมในกลุ่มนักยิงปืนเช่นกัน
ต่อมา ปืนลูกซองแฝด AYA-AGUIRRE & ARANZABAL ไม่มีผู้นำเข้ามานานหลายสิบปีแล้ว ก่อนหน้านี้ขายหน้าร้านในราคา 3 หมื่นบาท ที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นปืนเก่าเก็บ แต่เมื่อเริ่มมีคนนิยมปืนรุ่นนี้ จึงมีการซื้อขายกัน ในราคา 6 หมื่นบาท ขณะที่ปืนใหม่ยี่ห้อนี้ในต่างประเทศราคาสูง 2-3 แสนบาท ส่วนปืน CZ 452 ZKM SCOUT มีผู้นำเข้ามาขายในเมืองไทย ราคาอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาท
ส่วนท่าทีจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ล่าสุด นางสาวกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงกับสื่อมวลชน โดยเฉพาะประเด็นการตรวจอาวุธก่อนเข้าพื้นที่ ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ นางสาวกาญจนา ยอมรับว่า การตรวจอาวุธ จะทำต่อเมื่อมีบุคคลต้องสงสัยเข้ามา เพราะส่วนใหญ่คนที่ขอเข้าพื้นที่ จะเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งไม่น่าสงสัย อีกประเด็นคือ พื้นที่ไม่มีเครื่องตรวจโลหะ อาจทำให้การตรวจไม่ละเอียด ขณะที่ข้อซักถามในประเด็น สำนวนบันทึกจับกุมคดีล่าช้า ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ ชี้แจงว่า เพราะอยู่ระหว่างรอให้ชุดพญาเสือไปช่วยดูสำนวน
ด้านพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบรายละเอียดเรื่องนี้แล้ว ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ยังไม่อยากให้สรุป ที่ผ่านมาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดการเข้าออกพื้นที่มาโดยตลอด ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้น เป็นการลักลอบเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และนายเปรมชัย ก็ไม่ได้เป็นแขกพิเศษของใครในรัฐบาล เช่นเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มองว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ต้องถูกลงโทษโดยกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา
ทางด้าน มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ออกแถลงการณ์ กรณีที่เกิดขึ้น มี 5 ข้อหลักๆ สำคัญ โดยระบุว่า 1.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันด้านตก เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเสมอมา สาธารณะชนรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะได้รับการปกป้องและอนุรักษ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงไว้ ดังนั้นการที่ผู้ต้องหาเข้าไปในพื้นที่โดยอ้างว่าไม่ทราบจึงเป็นไปไม่ได้ 2. การที่คนมีสถานภาพทางสังคม เข้าไปล่าสัตว์ป่า ในพื้นที่อนุรักษ์ จึงแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพ ต่อกฎหมายและผลงานการอนุรักษ์ของสังคมไทย 3. จากการติดตามข่าวนายเปรมชัย อ้างรู้จักต่อข้าราชการในระดับบริหาร ขอเข้าไปยังพื้นที่โดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ในการท่องเที่ยวพักผ่อน แต่กลับเข้าไปล่าสัตว์ป่า รวมถึงพบอาวุธปืน 3 กระบอก นับเป็นการกระทำที่ปราศจากความละอายใจ และย่ามใจว่าเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าดำเนินการตรวจสอบ
4.ขอชื่นชม และเป็นกำลังใจ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตกในความกล้าหาญ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ และ สุดท้าย ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล อย่าได้เกรงกลัวต่ออิทธิพล และสถานะทางธุรกิจ ของผู้ต้องหา ขอให้สืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป