“ปรเมศวร์” ชี้ของกลางในที่เกิดเหตุสามารถเอาผิด “เปรมชัย” ผู้ต้องหาฆ่าสัตว์ป่าได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ภายหลังกรมอุทยานฯ ตรวจพบลายนิ้วมือนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่า บนปืนไรเฟิลที่ใช้ยิงสัตว์ โดยนายเปรมชัยให้การปฏิเสธทุกข้อหา ด้านปรเมศวร์ เผย สิ่งของก็ใช้เป็นหลักฐานเพียงพอลงโทษผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากพบของกลางในที่เกิดเหตุ จึงเป็นความผิดซึ่งหน้า แต่ขึ้นอยู่กับศาล หากกำหนดบทลงโทษจำคุกต่ำกว่า 5 ปี ก็อาจจะอยู่ในเงื่อนไขให้รอการลงโทษได้

วันนี้ (7 ก.พ.61) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงหลักฐานในการเอาผิด นายเปรมชัย ผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่า ผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางช่องโทรทัศน์ พีพีทีวี ว่า ต้องดูสภาพแวดล้อมในสถานที่เกิดเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีประจักษ์พยาน สิ่งของก็ใช้เป็นหลักฐานได้ ถ้าพบของกลางในบริเวณที่สามารถครอบครองได้ ก็สามารถให้เป็นความผิดซึ่งหน้าได้แล้ว ซึ่งก็ประการแรกคือ ซากสัตว์ป่า ส่วนเรื่องใครเป็นคนยิงก็ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ประการที่สอง ต้องดูว่าสัตว์ตายไปเมื่อไหร่ ตายก่อนที่จะมา หรือตายมานานแล้ว และการที่สังคมวิพาษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมีแพะมารับผิดแทนในคดี ก็เพราะว่าไม่มีใครเห็นคนยิง โดยต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า คดีนี้เป็นการร่วมกันกระทำ คือ ร่วมกันตั้งแต่มีเจตนา

โดยนายปรเมศวร์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นขณะกระทำการล่าสัตว์ แต่เห็นได้ในขณะครอบครอง ปัณหาต่อมาคือ ใครเป็นคนครอบครอง ซึ่งตามกฎหมายมาตรา 38 และ 42 จะกำหนดบทลงโทษสูงสุด คือ จำคุก 7 ปี โดยถ้าหากยอบรับผิด แล้วศาลเห็นว่ารับผิดเพราะสำนึกผิด ก็จะลดโทษให้ตามมาตรา 78 ป.อาญา แต่ถ้าศาลเห็นว่ารับผิดเพราะจำนนต่อหลักฐาน ศาลจะไม่ลดโทษให้ แต่ถ้าหากศาลกำหนดโทษจำคุกให้ต่ำกว่า 5 ปี ก็อาจจะอยู่ในเงื่อนไขให้รอการลงโทษได้

“วันนี้กระบวนการยุติธรรม เราถูกทดสอบอย่างแรงจากคดีนี้ เพราะว่าสถานะของผู้ต้องหา ความเสียหายต่อทรัพยากร เสือดำตัวเดียว ไก่ฟ้าหลังเทา มันแค่2-3 ตัว มันไม่ใช่ของอุทยานฯ แต่เป็นของคนทั้งประเทศ มันเป็นการทำลายทรัพยากรของคนทั้งประเทศ ถ้าเรายังเห็นว่าคดีที่มีอัตราการลงดโทษน้อยๆ แล้วรอการลงโทษได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

ขณะที่ นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ระบุว่า การเตรียมอุปกรณ์ไปประกอบอาหาร การไปถลกหนังเสือดำ และมีเกลือเตรียมไปเรียบร้อย ซึ่งสามารถระบุชัดได้เลยว่าเป็นนักล่าสัตว์แน่นอน เพียงแค่ยังไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด แต่การถลกหนังเสือต้องเป็นบุคคลที่มีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก เพราะบุคคลทั่วไปไม่สามารถทำได้

“ลือกันว่าเป็นแขกของผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งผมมารู้เบื้องหลังว่า จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแขกอะไรหรอก แค่ทำหนังสือช้าไม่ทันก็จะฝากกันต่อๆ มา ในระหว่างที่หนังสือรออนุมัติ แล้วหัวหน้าเขาก็อยู่ในพื้นที่ มันก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เขาก็วิทยุกันมาว่า แขกท่านผู้อำนวยการมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หากมีคณะเข้ามา ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว” ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าว

 

“อัยการ” อยากให้สังคมจับตา “คดีเปรมชัย” เพราะเป็น “บททดสอบ” ที่ท้าทายของ กบก.ยุติธรรมไทย

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ