สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ระดับความเข้มข้นของค่าฝุ่นลงออกขนาดเล็ก PM 2.5 ใน 338 เมือง ทั่วประเทศจีนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลดลง 17.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน ระบุว่า บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี กลับมีค่ามลพิษทางอากาศอยู่ที่ 72 ไมโครกรัม หรือสูงขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง รอบเกาะฮ่องกง ที่ค่าPM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น 3.9 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
เลารี มิลลิเวียร์ต้า (Lauri Myllyvirta) เจ้าหน้าที่กลุ่มกรีนพีซประจำกรุงปักกิ่ง บอกว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งในรอบเกือบ 20 ปี ที่ค่ามลพิษในนครเซี่ยงไฮ้และเมืองกวางโจวสูงกว่ากรุงปักกิ่ง โดยส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ แต่ค่ามลพิษที่พุ่งสูงขึ้นในแถบแม่น้ำแยงซีก็มีสาเหตุจากอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ที่เพิ่มการผลิตเนื่องจากโรงงานทางตอนเหนือของประเทศถูกควบคุมโดยมาตการแก้ปัญหามลพิษของทางการ
มาตรการควบคุมมลพิษที่เข้มงวดของรัฐบาลจีนทางตอนเหนือของประเทศทำให้กิจกกรรมการผลิตของภาคอุตสาหกรรมทางตอนกลางเพิ่มขึ้น
ค่ามลพิษที่สูงเกือบทำลายสถิติเมื่อช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา ทางตอนเหนือของประเทศ ทำให้หลายเมืองต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดง และบังคับใช้มาตรการฉุกเฉิน เช่น จำกัดการจราจร ควบคุมการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีนก็เพิ่งเปิดเผยสถิติล่าสุดของเดือนตุลาคมปีที่แล้วจนถึงสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าสามารถลดค่าพีเอ็ม 2.5 ลงได้เฉลี่ย 33
ภาพ : Reuters
ภาพ : Cctvplus