วันนี้ (16 ก.พ.61) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ส่วนตัวเชื่อเหมือนกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่าภายในเดือนนี้คดีนี้จะน่าจะจบแล้ว แล้วก็ได้คุยกับพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่ไม่ได้ไปเป็นที่ปรึกษาตามข่าวที่ออกมาแต่อย่างใด แต่ก็มีปรึกษาเรื่องจำนวนพยานที่มีจำนวนมากถึง 30-40 ปาก ผมเรียกว่า “พยานงอก” ถ้าเป็นตนนั้นคิดว่าพยานจำนวนมากขนาดนี้ขึ้นศาลก็ไม่ชนะหรอก เพราะมันเยอะเกินไป และเวลาถูกทนายฝั่งตรงข้ามเขาซักนั้นยิ่งแย่ เพราะแต่ละคนเมื่อโดนซักอาจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนภาพจิ๊กซอว์ต่อกันเป็นลูกระนาดเป็นเส้นทาง ถ้าเส้นใดเส้นหนึ่งมันขาดมันจะขาดเป็นยวง นี่คือหลักคิดของนักกฎหมาย แล้วก็บอกผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไปว่า เรื่องพยานมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ 30- 40 ปากแต่ถ้าในฐานะนักกฎหมายเราไม่กล้าใช้พยานมากขนาดนั้น มันเกินความเป็นจริง ถ้าพยานปากใดปากหนึ่งถูกซักจนได้การว่า “เท็จ” “มโน” หรือ “จินตนาการ” แบบนั้นคดีจะเสียหาย ฉะนั้นที่ตอนนี้กองปราบเขาทำก็คือก็ไปสอบสวนพยานปากเดิม เอามาสอบ เค้นถามเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เขาไม่ได้ไปหาพยานใหม่ เหมือนตรวจสอบกับภาค 7 ว่าเป็นพยานจริงไหม เพราะบางคนก็ไม่น่าจะใช่ เช่น เห็นหยิบลอตเตอรี่ เห็นเลข ที่บอกว่าเก็บได้ เห็นเลข บางคนก็บอกว่าเก็บลอตเตอรี่ได้ ว่ามันโอเวอร์ไปไหม เขาไม่ได้สอบเพื่อจับผิด แต่สอบเพื่อยืนยันความถูกต้อง
ส่วนกรณีที่หลายคนบอกว่าตำรวจส่งสัญญาณว่าให้โอกาสแล้ว รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด คาดเดาว่า อาจจะมีพยานที่เบิกความไม่ตรงหรือเป็นไปไม่ได้กับเงื่อนไงเวลา สถานที่อยู่ เพราะมีข่าวว่าตรวจสอบโทรศัพท์ เขาก็ตรวจสอบความถูกต้องหรือการจำลองเหตุการณ์ว่าเป็นไปได้ไหม ส่วนคลิปเสียงนั้นปกติในศาลจะไม่ค่อยรับฟังกันเพราะมันปลอมเสียงกันได้ เว้นแต่ว่าเจ้าของเสียงนั้นยินยอมรับว่าใช่ ประเด็นนี้ต้องติดตามกันต่อไป ถ้ายอมรับเสียงเหล่านั้นก็เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องพิสูจน์ลำดับของการโทรศัพท์เวลาที่พูดอยู่ตรงนี้ ไปสอดคล้องกับพยานบุคคลที่มีเยอะๆ ว่าจริงหรือไม่จริง
“ถ้าเจ้าตัวเขาปฏิเสธก็ต้องเชคคลื่นเสียง ความถี่ของเสียง น้ำหนักการพูด ลีลาการพูด ผมไม่รู้ว่าของเรามีหรือเปล่า แต่เคยอ่านของเอฟบีไอหรือซีไอเอ เหมือนการเขียนหนังสือจะมีน้ำหนัก-เบาไม่เท่ากัน แต่เรื่องเสียงตอนทำคดีไม่เคยพิสูจน์กันแบบนี้ ว่าคลื่นเสียงทันเท่ากัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันอย่างชัดเจนและต้องต่อเรื่องให้ได้หมด”
สำหรับคดีนี้ “ปรเมศวร์” เชื่อว่ามีคนหนึ่งได้ มีคนหนึ่งติดคุกแน่นอน แต่สำหรับตนคนที่ชนะจริงๆคือพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ ตำรวจทั้งประเทศที่ทำความจริงให้ปรากฎรวมทั้งผบ.ตร. ก็อาจจะเป็นพระเอกเป็นผู้ชนะที่สามารถพิชิตความจริงมาได้ นั่นคือสิ่งที่สังคมอยากรู้
ชมคลิปที่นี่..“อัยการ” ข้องใจ “พยานครูปรีชา” เห็น “หมวดจรูญ” เก็บหวยได้บังเอิญเกินไปจนเหมือนจัดฉาก?