ผู้สื่ข่าวรายงานว่า ผลสำรวจการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าประเทศไทย สามารถไต่อันดับขึ้นมาจากอันดับ 101 เมื่อปี 2559 ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 96 ได้ในปี 2560 ร่วมกับประเทศ แซมเบีย เปรู ปานามา อินโดนีเซีย โคลัมเบีย และบราซิล ส่วนอันดับที่ 1 ประเทศนิวซีแลนด์ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 แทนเดนมาร์ก การประเมินครั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ยอมรับว่า ยังไม่พอใจกับตัวเลขที่ได้ เพราะยังถือว่าน้อยมากหากเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ ในปี 2564 ซึ่งยอมรับว่าแม้จะมีหลายเรื่องที่ไทยได้รับการประเมินเพิ่มขึ้น แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกลดคะแนน
ส่วนหนึ่งในหัวข้อที่ไทยได้รับการประเมินให้คะแนนลดลง คือเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบคนในรัฐบาล และการเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าทางคดี และจำกัดสิทธิสื่อมวลชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ลดลง 3 คะแนนจากปีที่แล้ว ประธานป.ป.ช.ยอมนับว่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา และจะกระตุ้นเจ้าหน้าที่ให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนสนใจ
สำหรับการแก้ปัญหาความโปร่งใสด้านอื่นๆ เชื่อว่าภายใน 2 ปี ดัชนีชี้วัดจะดีขึ้นเพราะขณะนี้กลไกทางด้านกฎหมายที่กำลังจะแล้วเสร็จ จะสนับสนุนระบบการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขที่ไทยได้เพิ่มขึ้น จากเรื่องความโปร่งใสในหลักนิติรัฐ รวมถึงการแก้ปัญหาสินบน ที่ได้คะแนนถึง 42 คะแนนเพิ่มจากปีที่แล้ว 5 คะแนน