ความคืบหน้ากรณี นางนุ้ย พรมราช อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดนครพนมถูกกรมสรรพากรฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อเรียกเก็บภาษี เป็นเงินกว่า 11 ล้าน 8 แสนบาท เนื่องจากมีบุคคลนำเอกสารไปทำนิติกรรมแทน ในการจัดตั้งบริษัท จนถูกฟ้องร้องเรียกเก็บภาษี และมีหมายศาลภาษีอากรกลาง ส่งมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 9 ก.พ.และครบกำหนดยื่นคำให้การ ในวันที่ 23 ก.พ.นั้น
วันนี้ (23ก.พ.61) นางนุ้ย เปิดเผยว่า หลังร้องทุกข์ผ่านสื่อไปแล้วปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาดูแล ช่วยเหลือทำให้ดีใจมาก รู้สึกมีความหวัง และขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะหากไม่มีใครช่วยเหลือก็ไม่รู้จะพึ่งใครก่อนหน้านี้คิดหนักจนเกือบฆ่าตัวตายมาแล้ว
“แม้จะสบายใจขึ้น แต่อยากขอความเมตตาจากกรมสรรพากร เพราะมั่นใจว่าถูกนำเอกสารไปปลอมแปลงแน่นอน เนื่องจากปี 2556 มีผู้หญิงคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านละแวกเดียวกันได้นำเอกสาร ของตนและเพื่อนบ้าน อีก 5 คนไป จากนั้นปี 2557 ก็มีเอกสารจากกรมสรรพากร มาทวง ตนเองเคยไปสอบถามได้รับคำตอบว่า เอาไปให้ญาติที่กรุงเทพแล้ว และบอกว่าไม่ต้องสนใจอยู่เฉยๆ เดียวจบเอง จึงไปร้องทุกข์และแจ้งความแต่เรื่องก็เงียบไป ที่สำคัญตนเองไม่มีความรู้ สุดท้ายเจอหมายศาลจึงตกใจมาก จึงอยากให้ตำรวจเร่งหาทางเอาผิดกับคนที่นำเอกสารไปแอบอ้างมาลงโทษให้ได้” นางนุ้ยกล่าว