วันนี้ (20 มี.ค.61) นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และคณะทำงานพิจารณาคดีล่าสัตว์ของนายเปรมชัยและพวก แถลงความคืบหน้าของคดีหลังรับสำนวนหนา 857 หน้าจากพนักงานสอบสวนใน10ข้อหาว่า ได้สั่งให้ตำรวจไปสอบสวนเพิ่มเติม 3-4 ประเด็น เพราะเห็นว่ายังไม่สิ้นกระแสความ และผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ จึงต้องการให้สำนวนคดีรัดกุมกว่านี้ ก่อนนำคดีขึ้นสู่ชั้นศาล พร้อมกำชับพนักงานสอบสวนไปแล้วว่า จะต้องสรุปสำนวนเพิ่มเติมส่งมาภายในวันที่ 26 มี.ค.นี้
อธิบดีอัยการภาค7 ยืนยันว่า คดีของนายเปรมชัย ไม่ใช่คดีใหญ่ และบทลงโทษก็ไม่มาก อีกทั้งยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ผู้ต้องหายังปฏิเสธจึงต้องรอบคอบเป็นพิเศษ หากตำรวจส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมาตามกำหนดเวลาและไม่มีประเด็นอื่นสอดแทรก จะเร่งสรุปผลการพิจารณาสั่งฟ้องภายในกำหนดเวลาฝากขังผู้ตองหา ซึ่งยังเหลือเวลาอีกประมาณ 40 วัน แต่จะพิจารณาสั่งฟ้องทั้ง 9 ข้อหาหรือไม่ ต้องรอพิจารณารายละเอียดสำนวนคดีอีกรอบ
ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็นที่พนักงานอัยการบอกว่า การสอบสวนในบางประเด็นยังไม่สิ้นกระแสความคือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของสัตว์ป่า ที่ได้รับมาจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยตำรวจจะนำมาประกอบสำนวนคดีตามแนวทางของอัยการ เพื่อยืนยันว่า คณะของนายเปรมชัย เข้าไปล่าสัตว์ป่า และมีการชำแหละเสือดำ เพราะพบคราบเลือดบนมีดทำครัวหลายเล่ม ที่มีผล ตรวจ ดีเอ็นเอตรงกับเสือดำ รวมถึงผลตรวจอื่นๆเช่น ลายนิ้วมือบนมีดและถุงดำ ที่จะเป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิดได้