จับโชเฟอร์ทัวร์ตกเขา ฉี่สีม่วง-รับ “เสพยาบ้า”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยวจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เสียหลักพลิกคว่ำ ขณะเดินทางกลับจากไปท่องเที่ยวทะเลที่จังหวัดจันทบุรี บริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา ทางลงเขาวังน้ำเขียว ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บ 32 คนนั้น ซึ่งทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ คนขับรถบัสคันดังกล่าวได้หลบหนีไป ล่าสุดตำรวจจับตัวได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ พลตำรวจตรี วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตำรวจสามารถควบคุมตัว นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี คนขับรถบัสคันที่ประสพอุบัติเหตุได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายกฤษณะได้ ขณะเดินเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าริมทางใกล้กับจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ นายกฤษณะมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายกฤษณะยอมรับสารภาพเป็นคนขับรถบัสคันดังกล่าวจริง และไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด โดยก่อนเกิดเหตุเป็นทางลงเขารถบัสเกิดเบรกไม่อยู่ และเบรกแตก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุสยองขึ้นดังกล่าว และหลังเกิดเหตุได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และหลบหนีไปโดยไม่แสดงตัวหลังเกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.อุดมทรัพย์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายกฤษณะไปทำการตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลการตรวจพบว่าปัสสาวะของนายกฤษณะมีสีม่วง และจากการสอบปากคำเพิ่มเติมนายกฤษณะยอมรับว่าได้เสพยาบ้าจริง ตำรวจจึงได้ส่งปัสสาวะไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด และเตรียมแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดในขณะขับรถเพิ่มเติมอีกข้อหา

เมื่อตรวจสอบทางกายภาพที่อาจเป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุ ว่าจะเป็นสภาพยานพาหนะ หรือสภาพถนน ปรากฎว่า จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางพบ พบว่ารถบัส 2 ชั้น คันเกิดเหตุ ไม่ได้เข้ารับการตรวจสภาพรถ ครั้งล่าสุดเมื่อมกราคมที่ผ่านมา  ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ขณะที่จุดเกิดเหตุพบว่าอยู่บนถนนที่ มักเกิดอุบัติเหตุ

โดยภาพมุมสูงของทีมข่าว พีพีทีวี บริเวณโค้งมะกรูดหวาน ในพื้นที่ตำบลอุดมทรัพย์ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุรถบัส2ชั้นพลิกคว่ำ แสดงให้เห็นว่า จุดนี้เป็นเส้นทางโค้งที่มีพื้นลาดเอียงตามไหล่เขา โดยจากข้อมูลของแขวงทางหลวง พบว่า ทางโค้งนี้เอียงจากถนนประมาณ7% และหากสังเกตจากร่องรอย เบรกที่ทิ้งไว้บนถนนของรถคันเหตุ จะพบว่าคนขับรถพยายามเบรกรถต่อเนื่องหลายเมตร แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจสอบซากรถบัส พร้อมให้ข้อมูลว่า แม้ตัวรถจะมีความสูงเกิน3เมตร60เซนติเมตร แต่เพราะประกอบและจดทะเบียนขึ้นก่อนปี2556 ทำให้ไม่ได้เข้าทดสอบพื้นเอียง 30 องศา ตามที่กรมขนส่งทางบก ขณะที่ ตัวถังรถประกอบและใช้งานมานานกว่า 5 ปี

ส่วนจุดสำคัญอีกจุดคือการของการเข้าตรวจสอบซากรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่า เบาะรถที่ชั้นล่างหลุดออกจากตัวยึดเกือบทั้งหมด ส่วนด้านบน ไม่สามารถประเมินได้ เพราะตในช่วงที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมีการรื้อถอนเบาะบางส่วนออก นัยยะสำคัญของการที่เบาะรถหลุด แสดงให้เห็นว่า การประกอบรถไม่ได้มาตรฐาน นั่นหมายความว่า แม้ผู้โดยสารจะคาดเข็มขัดนิรภัยก็อาจไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้มากนัก

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และ ระบุว่าจะต้องเข้มงวดการตรวจสอบรถบัส 2 ชั้นมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการประกอบเครื่องยนต์และตัวถังรถ รวมถึงการตรวจสอบรถเมื่อครบกำหนดตรวจสภาพ เนื่องจากที่ผ่านมามีรถจำนวนมากไม่เข้าตรวจสอบตามกำหนด

สำหรับความเร็วสุดท้ายของรถบัส2ชั้นคันเกิดเหตุ ที่จีพีเอสจับความเร็วได้ คือ 83 กิโลเมตร ขณะที่จุดดังกล่าวมีป้ายกำหนดความเร็วอยู่ที่ไม่เกิน 60กิโลเมตร ส่วนสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะให้น้ำหนักไปที่ระบบเบรก แต่ข้อมูลจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะคนขับรถ หรือ เพราะไม่ตรวจสภาพเครื่องยนต์และระบบเบรกให้ดีก่อนการใช้งาน

ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่า เกิดจากความไม่ชำนาญเส้นทางของคนขับ  ทำให้ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่งผลให้เบรคทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ คือ เนื่องจากรถบัสรุ่นนี้ ระบบเบรค เป็นแบบลม  เมื่อลงจากเขา ในความเร็ว และมีการเบรคหลายครั้ง ทำให้ระบบปั๊มลมไม่ทัน จึงทำให้เบรคไม่ทำงาน หรือเรียกว่า เบรคแตก

อีกหนึ่งปัจจัย คือ รถบัสสองชั้นคันนี้ มีโครงสร้างขนาดใหญ่เมื่อชนกับแท่งแบริเออร์ทำให้พลิกคว่ำ และสร้างความเสียหายกว่ารถบัสชั้นเดียว จึงเสนอให้กรมการขนส่งควรกำหนดเส้นเดินของรถบัสไม่ประจำทางขนาดสองชั้น และเสนอให้มีระบบจีพีเอสเตือนความเร็วสอดคล้องกับสภาพถนน 

เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธธรรมกู้ภัยฮุก 31 จ.นครราชสีมา ได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจำนวน 18 ราย มาส่งยังบริเวณศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่า(โรงงิ้ว) ถนนโสมพะมิต เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์  เพื่อส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย คอยอำนวยความสะดวก ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติพี่น้อง ซึ่งบางคนร้องไห้และถึงกลับเป็นลม เนื่องจากยังคงทำใจ

นายไกรสร ระบุว่า จังหวัดกาฬสินธุ์หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ระดมความช่วยเหลือ เพื่อที่จะเลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตไปยังวัดและบ้าน จากนั้นก็จะมีพิธีตามศาสนา ทั้งนี้ด้านการช่วยเหลือเบื้องต้นคปภ. จะคอยประสานงานมอบเงินให้การช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 650,000 บาท เนื่องจากได้มีการทำประกันภัยกับบริษัทอาคเนย์ ซึ่งในวันนี้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามสำหรับคณะท่องเที่ยวเดินทางไปครั้งนี้รวมทั้งหมด 50 คน โดยล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วจำนวน 13 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลขณะนี้มีอยู่ 19 ราย โดยมี 2 รายอาการโคม่ายังไม่พ้นขีดอันตราย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ