เมื่อวันที่ (25 มี.ค.61) นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งและบุคคลบางกลุ่ม นำรถแท็กซี่สิ้นอายุการใช้งานแล้ว มารับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ดังนั้นกรมการขนส่งทางบกจึงมีมาตรการที่เข้มงวดตรวจสอบรถแท็กซี่สิ้นอายุการใช้งานโดยเฉพาะในเขตรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบจะทำการถอดยึดคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถแท็กซี่ทันที ทั้งยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท
ส่วนกรณีตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่แจ้งเปลี่ยนประเภทเป็นรถส่วนบุคคล แต่ลักลอบนำมารับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ถึงปัจจุบัน มีการตรวจพบการฝ่าฝืนแล้วจำนวนทั้งสิ้น 360 คัน
นอกจากนั้นทางกรมการขนส่งทางบกได้สั่งทุกหน่วยดำเนินการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดตรวจสอบและจับกุมรถแท็กซี่สิ้นอายุการใช้งานดังกล่าวด้วย