วันนี้ (28 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่เสนอมาตลอดว่า อยากให้คสช. เร่งปลดล็อกทางการเมือง เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมเตรียมการเลือกตั้งได้ แต่การย้ำข้อเสนอครั้งนี้มีพรรคการเมืองเก่ารวม 55 พรรค แสดงท่าทีเห็นด้วย เนื่องจากหลัง 1 เม.ย. เป็นต้นไป พรรคการเมืองเก่าทุกพรรคต้องเร่งยืนยันรายชื่อสมาชิก พร้อมเก็บเงินค่าบำรุงพรรค แต่เพราะมีคำสั่งคสช.หลายฉบับทำให้การดำเนินการไม่สะดวก สอดคล้องกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า แม้คสช.จะบอกว่า หากพรรคการเมืองใดต้องการประชุมสามารถทำหนังสือขออนุญาตกับคสช. ได้ แต่ที่ผ่านมากลับไม่เคยได้รับการอนุญาต
ทั้งนี้ส่วนประเด็นนายกรัฐมนตรีคนนอก พรรคการเมืองขนาดกลางที่เคยมีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย, ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนา พร้อมใจกันไม่ตอบคำถามว่า มีจุดยืนต่อนายกรัฐมนตรีคนนอกอย่างไร ระบุเพียงว่า ผลการเลือกตั้งในอนาคตจะเป็นตัวกำหนด
นอกจากนั้นทุกพรรคไม่ได้ปฎิเสธชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ยืนยันจะเสนอชื่อคนในพรรคของตนเองก่อน โดยเฉพาะนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่า จะเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้งในช่วงแรก
สำหรับข้อถกเถียงว่า สรุปแล้วรัฐบาลจะยื่นตีความร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่ ล่าสุดนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. รวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช.25 คน เพื่อขอให้ประธาน สนช. นำร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พร้อมยอมรับว่าขั้นตอนนี้อาจมีผลกระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้ง นายกิตติศักดิ์ ระบุว่าไม่กังวลหากโดนสังคมต่อว่า เพราะมองว่าดีกว่าให้เกิดปัญหาภายหลัง
ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวจะกระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้งแน่นอน และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งยืดออกไปอีก