กรณีคลิปที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ พร้อมข้อความอธิบายว่า “ทหารนอกแถว 3 นาย ออกมาหากิน กล่าวหาผู้ประกอบการโดยอ้าง ม.13 และ ม.44 แล้วเรียกผลประโยชน์จากผู้ประกอบการโรงแรมมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในภูเก็ต ผู้ประกอบการสุจริตในภูเก็ตเจอเป็นประจำ ระอามาก แต่ไม่มีใครกล้าต่อกร”
ภาพที่ปรากฎในคลิป เป็นการนั่งคุยกันระหว่าง ร.ต.วัฒนชัย คล่องประดิษฐ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยกรมทหารราบที่25 กับ นายวิศิษฐ์ เอี่ยมวิโรจน์ฤทธิ์ กรรมการบริษัท ป่าตองพารากอน จำกัด และมีชายอีกคนสวมเสื้อสีฟ้า แสดงท่าทีไม่พอใจการทำหน้าที่ของ ร.ต.วัฒนชัย และทหารที่มาด้วยอีก 2 คน
โดยพยายามซักถามทหารว่า ใช้อำนาจตามกฎหมายใดเข้าตรวจสอบและตั้งข้อหาในครั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายวิศิษฐ์พูดกับ ร.ต.วัฒนชัย ว่า “ขบวนการของคุณ เดี๋ยวผมจะล้างให้หมด” พร้อมแสดงท่าไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบและพกอาวุธเข้ามาในโรงแรม และยังกำชับให้คนบันทึกภาพถ่ายต่อไป โดยระบุว่า จะเผยแพร่ลงในโซเชียลมีเดีย
เมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ทหารชุดปฏิบัติการได้ชี้แจงข้อเท็จจริงของคลิปนี้ว่า ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์จากหุ้นส่วนโรงแรมป่าตองพารากอนตามที่ถูกกล่าวหา แต่การขอพูดคุยเกิดขึ้นหลังนายวิศิษฐ์ถูกร้องเรียนจากพนักงานโรมแรมคนหนึ่งว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล ข่มขู่ไม่ให้ไปแจ้งความโดยอ้างว่าสนิทสนมกับตำรวจเป็นการส่วนตัว จากกรณีที่นายวิศิษฐ์ใช้อำนาจปลดพนักงานคนนี้ออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่ใช้สิทธิ์ลางานอย่างถูกต้อง
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยว่า การเผยแพร่คลิปดังกล่าวเข้าข่ายการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะการเข้าไปขอตรวจสอบพฤติกรรมของหุ่นส่วนโรงแรมป่าตองพารากอนในวันนั้น ทหารเข้าไปอย่างเปิดเผย และใช้อำนาจตามคำสั่งที่ 13/2559 ของคสช.อย่างถูกต้อง เนื่องจากเป็นนโยบายที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องดูแลควบคุมผู้ที่เข้าข่ายมีอิทธิพลโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยหลังจากนี้กองทัพจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำคลิปนี้อย่างถึงที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังถือว่ามีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียและทำลายภาพลักษณ์ของกองทัพภาคที่ 4
ส่วนกรณีนายวิศิษฐ์ หุ้นส่วนโรงแรมป่าตองพารากอน ถูกร้องเรียนพฤติกรรมเข้าข่ายผู้อิทธิพล และได้นัดหมายเข้าพบกับทหารในวันนี้(2เม.ย.61) ล่าสุดได้ขอเลื่อนนัดอย่างไม่มีกำหนด