อุตุฯเตือน เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 17-19 เม.ย. นี้ 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน" ฉบับที่ 16 ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า

วันนี้ (17 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนว่า พื้นที่ที่วันนี้จะได้รับผลกระทบ ในภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน  อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และตากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคกลาง ที่ จ.นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรีราชบุรี สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ที่ จ.นครนายก ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ในช่วงวันที่ 17-19 เมษายน ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วยจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวังทองจังหวัดพิษณุโลก เร่งสำรวจความเสียหายและเตรียมซ่อมแซมบ้านเรือน หลังจากเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00 ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ส่งผลทำให้บ้านเรือน นาข้าว พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก  ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายพร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะที่ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง นอกจากนี้ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก วัดโบสถ์ บางระกำ บางกระทุ่ม ยังมีรายงานความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา วันนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือน ในพื้นที่ตำบลสัมฤทธิ์ และ ตำบลธารละหลอด ด้วยการซ่อมแซมบ้านเรือน เพื่อให้ประชาชนได้กลับเข้ามาอาศัยได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย  สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจังหวัดนครราชสีมาได้มีการช่วยเหลือประชาชน ตามระเบียบของทางราชการตามความเป็นจริง แต่จะไม่เกินหลังละ 33,000 บาท โดยจะใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล แต่หากงบประมาณไม่เพียงพอ ก็สามารถส่งเรื่องไปทางจังหวัดนครราชสีมาได้

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ