กรณีที่พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดรอบ 3 ให้ดำเนินการกับวัด 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร ที่กระทำการทุจริตงบอุดหนุนพระพุทธศาสนาด้านพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบด้านเผยแพร่ศาสนา รวมทั้งสิ้น มีความเสียหาย 70 ล้านบาท
โดยผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปปป.ให้ดำเนินคดีกับพระทั้งหมด 5 รูป แบ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ 3 รูป คือ พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 และพระระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป คือ พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ
ทีมข่าวพีพีทีวีจึงไปสอบถามข้อเท็จจริงกับ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. ว่า มีพระที่เป็นกรรมการในมหาเถรสมาคมเข้ามาเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ แต่ผู้บังคับการ ปปป. ไม่ขอตอบในประเด็นนี้
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่ามีพระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ผู้การปปป. ยอมรับว่า มี5รูปซึ่งสอดคล้องกับข่าวที่ถูกนำเสนอไปก่อนหน้านี้
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า การเอาผิดเป็นไปตามหลักฐาน ขอสังคมอย่างห่วงว่าจะไม่ให้ความเป็นธรรม แต่ถ้าพบหลักฐานว่าทำผิดก็จะลงโทษเหมือนการทุจริตอื่นๆ
ส่วนพฤติการณ์ที่พระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ทุจริต พบมี 2 แบบ คือ มอบอำนาจให้ไวยาวัจกร เป็นผู้ไปเบิกงบด้านเผยแพร่พระพุทธศาสนา ก่อนนำเงินมาเข้าบัญชีวัด จากนั้นก็ถอนเงิน ไปเก็บไว้ที่บัญชีอื่น ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นบัญชีของพระชั้นผู้ใหญ่รูปนั้นเองหรือไม่
แบบที่ 2 คือ พระชั้นผู้ใหญ่ เขียนโครงการอบรมด้านพระพุทธศาสนาและโครงการเกี่ยวกับการเรียนธรรมะขึ้นมาเอง เพื่อของบ เมื่อได้งบมา กลับนำไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์โครงการที่เขียนไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งให้กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว
นอกจาก 3 วัดที่ ผู้อำนายการสำนักพุทธศาสนา เข้าร้องทุกข์แจ้งความที่ ปปป. ยังเหลืออีก 7 วัด ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจทุจริตในรอบที่ 3 ซึ่งต้องดูในวันที่ 19 เม.ย.นี้ ที่ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ จะเดินทาง มา ปปป. ว่าจะมีการแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมหรือไม่