บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ยังไม่ได้ข้อยุติ ล่าสุด วันนี้ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทั้งอดีตและปัจจุบัน ออกมาระบุว่าการให้รื้อถอนเป็นไปได้ยากในทางกฎหมายจึงเสนอทางออกขอเวลา 10 ปี ให้เข้าอยู่อาศัย เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าและสิ่งแวดล้อม หากยังไม่ดีขึ้นให้กลับมาพิจารณาอีกครั้ง
วันนี้(22 เม.ย.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เชิงสัญลักษณ์บริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังอาคารสำนักงาน ที่สามารถให้คนรดน้ำต้นไม้ได้ ประมาณ 300 ต้น เพราะยังไม่เข้าสู่ฤดูฝน เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน จะปลูกเพิ่มเติมอีกในพื้นที่บ้านพักและอาคารที่พักทั้ง 89 ไร่ จนครอบคลุม
โดยนายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้องให้รื้อบ้านพักและอาคารที่พัก และให้นำพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2561 มาบังคับใช้ เพื่อไม่ให้บุคคลเข้าไปทำกิจกรรม พร้อมผลักดันสู่การประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ศาลไม่ต้องการโต้เถียง เพราะโครงการนี้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและความเหมาะสม เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน การจะรื้อทิ้งทำลายน่าจะเป็นไปได้ยาก
ขณะที่นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่า อยากให้พิจารณาว่ากฎหมายสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น หากรื้อถอนทำลายถือเป็นความผิด ไม่สามารถทำได้ ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งมีความเสี่ยงภัยต่อการรับผิดชอบ และอีกไม่นาน จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นและมีคดีเลือกตั้ง หากผู้พิพากษาไม่มีที่พัก อาจจะทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาคดีที่ต้องรับผิดชอบทั้งภาค ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ จึงขอเสนอให้เข้าอยู่ก่อน 10 ปี พร้อมฟื้นฟูสภาพป่า จากนั้นค่อยกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
นายชำนาญระบุด้วยว่า พร้อมพูดคุยหารือร่วมกับทางเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของเวทีสาธารณะหรือการนัดพบพูดคุยกันในค่ายทหาร เพราะดูไม่เหมาะสม ส่วนการกล่าวพาดพิงศาลในเชิงดูหมิ่น ศาลจะไม่ดำเนินคดี เพราะต้องการทางออกร่วมกันอย่างสันติ หากภาคประชาชนต้องการ สามารถติดต่อได้ตลอดและยินดีที่จะพบพูดคุยด้วยเสมอ