วันนี้ (3 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นกระทรวงที่ 3 ของกลุ่มพีมูฟ ที่เดินสายเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน หลังจากที่ทำบันทึกข้อตกลง 2 ฉบับกับกระทรวงมหาดไทย และ 1 ฉบับ กับกระทรวงคมนาคม พร้อมยืนยันจะปักหลักหน้ากระทรวงเกษตร หากผลการเจรจาไม่เป็นที่น่าพอใจทันทีที่เดินเท้ามาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวแทนกลุ่มพีมูฟจากหลายจังหวัด เข้าพบรองปลัดกระทรวงเกษตรฯทันที เพื่อหารือในประเด็นข้อเรียกร้อง เช่นกรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินแปลงใหญ่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี กรณีโคกอีกว้าง และโคกภูพระ จังหวัดยโสธร แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป แต่มีข้อตกลงร่วมกันในบางประเด็นว่า กระทรวงเกษตร มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และ ส.ป.ก.สำรวจพื้นที่ ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ไม่ได้หมายความว่ากลุ่ม พีมูฟจะพอใจกับผลการเจรจาครั้งนี้ เพราะถ้าตามเป้าหมายของการเคลื่อนไหว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ คือคนที่พวกเขาต้องการเจรจา เพราะมีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาได้
ก่อนจะเคลื่อนขบวน มาที่กระทรวงเกษตรฯ พีมูฟ ลงนามในบันทึกข้อตกลงทั้งหมด 3 ฉบับ มี 7 ประเด็นหลัก และ 25 ประเด็นย่อย ที่ลงนามกับกระทรวงมหาดไทย เช่น เรื่องการแก้ไขปัญหาราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มีประชาชน 6 คน ได้รับผลกระทบ ซึ่งเคยยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง คัดค้านการออกโฉนดให้กระทรวงการคลัง ซึ่งผลการเจรจาได้มอบหมายให้สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานจังหวัดตากพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ ส่วนอีก 1 ฉบับคือ MOU ที่พีมูฟ ลงนามกับกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย แก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ซึ่งมีทั้งหมด 10 ประเด็นหลัก
แม้จะลงนามในบันทึกข้อตกลงแล้วแต่ตัวแทนพีมูฟมองว่ายังไม่พอใจกับแนวทางนี้ เพราะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ที่วางไว้ คือ ต้องการเจรจาและหารือกับผู้บริหารระดับนายกฯ / รองนายกฯและรัฐมนตรี เพราะไม่เชื่อว่าหาก MOU จะช่วยแก้ไขปัญหาตามประเด็นที่เรียกร้องได้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีแนวทางเช่นนี้มาแล้ว แต่เมื่อลงไปในระดับพื้นที่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มพีมูฟวันนี้ ยังอ่านแถลงการณ์ ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง กรณีสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มพีมูฟภาคเหนือ ไม่ให้เข้ามาเคลื่อนไหวในกรุงเทพ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการจำหัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความเห็น