เปิดใจ!! เจ้าของหอพักกับพฤติกรรมสุดแย่ของ “ผู้เช่า”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจาก สคบ.ประกาศควบคุมหอพักให้เก็บค่าน้ำ-ค่าไฟตามจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เช่าทั่วประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการบางรายเริ่มมีการเคลื่อนไหว และเรียกร้องความเป็นธรรม

จากกรณีเมื่อสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ออกประกาศควบคุมหอพักและห้องเช่าให้เก็บค่าน้ำ–ค่าไฟตามจริง เท่ากับอัตราบ้านเรือนทั่วไป จากนั้นทำให้มีผู้ประกอบการหอพักบางรายพยายามเลี่ยงการสูญเสียรายได้จากการเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ แล้วไปเพิ่ม “ค่าส่วนกลาง” แทน จึงเป็นเหตุให้ผู้เช่าหอพักจำนวนมากวิพากษ์วิจาณ์ถึงการกระทำดังกล่าวบนโลกโซลเชียล แต่อย่างไรก็ตามมีผู้ประกอบการหอพักบางรายพยายามชี้แจงเหตุผลที่ต้องเก็บเงินเพิ่ม

น.ส.ศิริ ทองด้วง หรือ อั้ม อายุ 35 ปี ผู้ประกอบการหอพักแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เล่าว่า หอพักที่ตนดูแลอยู่มีทั้งหมด 10 ห้อง และของพ่อแม่มีจำนวน 5 ห้อง ความจริงหอพักของตน ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำ-ไฟ เพราะไม่ได้คิดค่าไฟ-ค่าน้ำเพิ่ม รวมถึงติดมิเตอร์ให้ทุกห้อง ใช้ไปเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แต่จะมีคนประเภทที่ค้างค่าเช่า จ่ายไม่ตรง เนื่องจากตนไม่เก็บค่าปรับ แต่ไม่รู้ว่าผู้ประกอบการรายอื่นคิดเหมือนกับตนหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าค่าเช่าเดือนละ 15,000 บาท หอพักอื่นปรับวันถึงละ 250 – 500 บาท ขนาดค่าเช่า 15,000 บาท ยังไม่มีมาจ่าย แล้วอีก 150 บาท ผู้เช่าจะสามารถหามาจ่ายได้ไหม

เคยเจอผู้เช่าที่ไม่จ่ายค่าเช่าเลยไหม ?

น.ส.ศิริ เล่าว่า เคยมีคนที่ไม่จ่ายค่าเช่า ซึ่งตนพอจะรู้จักกับตำรวจอยู่บ้างจึงโทรปรึกษา ซึ่งเขาบอกว่าก็ต้องไกล่เกลี่ยแต่ล็อคห้องไม่ได้นะ เพราะว่ามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ถ้าหากล็อคห้องผู้เช่าจะรู้สึกไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และตนจะไม่ทำแบบนั้น น้ำ-ไฟ ก็ไม่เคยตัด แล้วก็จะเข้าไปขอคุยกับผู้เช่า เขาก็มักมีเหตุผลหรือคำกล่าวอ้างที่มีมาให้ตน สุดท้ายเขาก็ไม่จ่าย โดยรายล่าสุดเพิ่งนัดจ่ายเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาก็ไม่มีจ่าย แต่กลับก็ขออยู่ต่อก่อน เพราะยังหาที่อยู่ไม่ได้ ตนจึงบอกว่านั่นคือปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของเรา ซึ่งตนสงสารเขา แต่เขามาทำแบบนี้มันก็ไม่ถูกต้อง   

น.ส.ศิริ เล่าต่อว่า บางรายวันแรกที่มาเช่าห้องทุกอย่างดีหมด แต่ตอนที่ออกไป ค่าน้ำ-ค่าไฟ ที่ค้างจ่าย 2 เดือน ทิ้งไว้ให้ตน แล้วบอกว่าไม่มีเงิน จากนั้นเมื่อไปไกล่เกลี่ยที่ สน.ทองหล่อ ผลสุดท้ายเบอร์เขาที่ให้ตนมาก็ยังติดต่อไม่ได้จนถึงตอนนี้ ทำให้ตนคิดว่ากฎหมายที่ออกมาห้ามเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ เพิ่มจากอัตราเดิมนั้น ให้หันมาสนใจห้องพักที่เสียหายบ้างดีกว่า หอพักตนมีกฎห้ามสูบบุหรี่ แต่ผู้เช่ากลับสูบหรี่ในห้องจนแอร์มีกลิ่นเหม็น รวมถึงทำอาหารในห้องด้วย ซึ่งในสัญญาระบุไว้แล้วว่าเป็นข้อห้าม ตนจึงต้องให้ผู้เช่าออกจากห้อง เพราะจะส่งผลให้ห้องข้างเคียงได้รับความเดือดร้อน จนต้องไปจบปัญหากันที่โรงพัก นอกจากนี้ เคยมีผู้เช่าทำของในห้องเสียหายจนเกินเงินค่าประกัน เช่น ทีวีราคา 19,000 บาท ตกลงพื้นแตก ตนก็ต้องไปหักเงินจากค่าเช่าล่วงหน้า ส่งผลให้ต้องเพิ่มค่าเช่าห้อง กลายเป็นว่าตนถูกกล่าวหาว่าโกงเงิน

อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่มีผลกระทบอะไรกับมาตรการลดค่าน้ำ-ค่าไฟ แต่ที่อื่นสมมติเพิ่มต่อหน่วย 10 บาท 1 ปี ได้ 120 บาท มันยากเหรอที่จะจ่าย ถ้าบอกว่าค่าเช่า 18,000 บาท เป็นกำไรที่ผู้ประกอบการได้จริง แล้วที่เขากู้เงินมาดอกเบี้ยอีกต้องเสียเท่าไหร่ กว่าตนจะคืนทุนก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ถ้ามีคนบอกว่าแล้วจะทำไปเพื่ออะไร ตนก็อยากจะบอกว่า ก็คิดแล้วไงว่าสิ่งที่ทำคือ มรดก และเป็นงานอย่างหนึ่งที่จะรองรับลูกหลาน เป็นค่าเทอม และเลี้ยงดูยามตนเองชรา    

ปัญหาอะไรบ้างที่มักเจอกับผู้เช่า ?

ผู้ประกอบการหอพักแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ ระบุว่า ส่วนใหญ่ปัญหาที่มักเจอจากผู้เช่า คือ ค้างค่าเช่า จ่ายช้า ไม่จ่าย และไม่ทำตามกฎระเบียบที่มีไว้ เช่น กวาดขยะออกมานอกห้อง ตั้งรองเท้าไว้หน้าห้อง เป็นต้น ความมักง่ายจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่ตนมักจะเจอ นอกจากนี้ ยังมีผู้เช่าบางรายบอกว่าค่าไฟในห้องเขาแพงมาก และถามตนว่าโกงมิเตอร์หรือไม่ ตนจึงถาว่ามีกระทะไฟฟ้าหรือไม่ แล้วทำอาหารหรือไม่ เขาสูบบุหรี่พร้อมเปิดแอร์ แล้วเปิดหน้าต่าง คิดว่าค่าไฟจะแพงไหม ตนไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องโกงค่าไฟ


อยากฝากอะไรถึงหน่วยงานรัฐที่ออกกฎหมายควบคุมหอพัก

เจ้าของหอพักรายนี้ กล่าวต่อว่า เวลาจะออกกฎหมายอะไรในทุก ๆ ข้อ อยากให้ทำประชาพิจารณ์ลองถามหลาย ๆ คน ดูหอพักในกรุงเทพมหานครมีกี่แห่ง สคบ.จะทำอะไรโดยไม่ถามผู้ประกอบการเลยเหรอ แล้วตั้งแต่ออกกฎหมายมาเห็นความแตกแยกที่มีหรือไม่ ผู้เช่าทุกคนกับคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก ตนรู้ว่าคนพวกนี้อยู่ในระดับไหนและต้องการอะไร และผู้ประกอบที่โดนต่อว่าเช่นเดียวกับตนในหลาย ๆ เพจ ทราบหรือไม่ว่ามีคนมากดแจ้งสแปมเฟซบุ๊กตน อย่างไรก็ตามไม่ได้อยากกล่าวหาคนที่มีรายได้น้อยว่าจะต้องเป็นคนไม่ดีและเห็นแก่ตัว เพราะคนที่มีรายได้น้อยและไม่เห็นแก่ตัวก็มี แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะในคอมเมนต์หรืออะไรก็แล้วแต่ ตนเห็นถึงความเห็นแก่ตัว เห็นถึงความเอาเปรียบโดยที่พวกเขาไม่หันมามองตัวเองเลยว่าคุณทำอะไรลงไป ไม่มีผู้ประกอบการคนไหนที่ไม่เตรียมใจว่าจะต้องเจออะไรบ้าง ทุกคนเตรียมใจไว้หมดแล้ว

“อยากให้ผู้เช่า อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน วันที่คุณมา คุณมาด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน คุณมาด้วยความเดือดร้อนที่จะต้องหาที่อยู่ วันที่เซ็นสัญญาแล้วจ่ายเงินแล้ว กรุณาทำให้เหมือนครอบครัวที่คุณก้าวเข้ามาอยู่ นี่คือบ้านหลังใหม่ ที่คุณจะไม่สร้างความเสียหาย” น.ส.ศิริ กล่าว

สำหรับตนไม่รู้ว่าเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟเพิ่มมีตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มีมาตั้งนานแล้ว แล้วทำไมถึงเก็บ สมมติเพิ่มค่าน้ำ-ค่าไฟ 10 บาทต่อหน่วย แล้วนำไปรวมกับประกันที่เก็บน้อย ๆ เดือนหนึ่งก็จะได้ 1,800 – 2,000 บาท แล้ววันหนึ่งถ้าผู้เช่าออกจากห้อง ผู้ประกอบการก็จะนำเงินจำนวนนี้มาซ่อมแซมห้อง มันโอเคไหม หรือคิดอีกแบบ ส่วนต่างที่เพิ่มคือกำไรของเขา แต่ถ้าบอกว่าไม่ต้องคิดเพิ่ม บวกในค่าเช่าห้องไปเลย สมมติค่าเช่าห้องจากเดิม 5 บาท เพิ่มเป็น 500 บาท ผู้เช่าจะโอเคไหม ดังนั้นถ้ามีกฎหมายออกมากำหนดให้ค่าน้ำจากปกติ 5 บาท บวกเพิ่มห้ามเกิน 3 บาท ผู้ประกอบการก็ยังได้ 3 บาท หรือจะทำเหมือนเดิม แล้วมีค่าห้องเพิ่มในสัญญาต่อไป หรือจะให้เหมือนในข่าวที่ให้จ่ายแยกบิล ผู้ประกอบการเขาก็จะมีหนทางอื่นต่อไป กฎหมายมีไว้ให้หาช่องโหว่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก่อนออกกฎหมายอะไรช่วยทำประชาพิจารณ์สอบถามด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ