วันนี้ (11 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่เป็นปัญหาอยู่บริเวณทางขับเคลื่อนเครื่องบิน หรือที่เรียกว่า แท็กซี่เวย์ (Taxi way) ระหว่างลานจอดอากาศยานกับทางวิ่งเครื่อง หรือ รันเวย์ (RUNWAY) พื้นที่สำหรับเครื่องบินขึ้นลง ในคำชี้แจงของสมาพันธ์นักบินนานาชาติ ระบุว่า พื้นสนามบินบริเวณทางขับมีสภาพพื้นผิวเป็นหลุมยุบหลายจุด ช่วงที่ขับเคลื่อนเครื่องบินผ่านจุดที่ชำรุด จะมีความรู้สึกเหมือนวิ่งผ่านลูกระนาด
โดยตามข้อมูลที่สมาพันธ์นักบินนานาชาติ แจ้งเตือนไปยังสมาชิกทั่วโลก ระบุสาเหตุที่ แท็กซี่เวย์ เกิดหลุมยุบหลายจุด เนื่องจากพื้นบริเวณทางขับมีสภาพพื้นผิวอ่อนนิ่ม เพราะมีน้ำอยู่ด้านล่าง และขณะนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินขึ้นลงจำนวนมาก ทำให้พื้นผิวชำรุด เป็นหลุมยุบหลายจุด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะมีเศษยางมะตอยหรือหินที่หลุดร่อนจากผิวทางขับอาจจะกระเด็นเข้ามายังภายในเครื่องยนต์ และสร้างความเสียหายให้กับอากาศยาน
ด้านนายกสมาคมนักบินไทย เปิดเผยว่า เบื้องต้นแจ้งสมาชิก 1,500 คน ทั่วประเทศหลีกเลี่ยงการจอดเครื่องบินที่จุดซ้ำ ๆ เพื่อลดการกดทับพื้นผิว และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหลุมยุบขึ้นอีก หากขับไม่ระวังอาจสร้างความเสียหายได้ทั้งกับเครื่องยนต์ของเครื่องบิน และพนักงานภาคพื้นดิน ซึ่งแม้ที่ผ่านมาการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จะใช้วิธีนำยางมะตอยซ่อมแซมจุดที่ชำรุด แต่ด้วยคุณสมบัติของยางมะตอยที่มีลักษณะนิ่มเมื่อโดนแดดนาน ๆ ก็จะทำให้เสื่อมสภาพ โดยนักบินทุกคนที่ใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นประจำ จะทราบดีว่าเกิดปัญหาแบบนี้ และพยายามเขียนรายงานไปยังการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยแล้วหลายครั้ง แต่การแก้ไขทำได้แค่ในระยะสั้นเท่านั้น เพราะหากต้องปิด แท็กซี่เวย์ เพื่อซ่อมแซม ก็จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสายการบิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่หากปล่อยปละละเลย แน่นอนว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากสายการบินนานาชาติ โดยการแจ้งเตือนจากสมาพันธ์นักบินนานาชาติครั้งนี้ ถือเป็นการเตือนสนามบินขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นน้อยครั้ง เพราะส่วนใหญ่ปัญหาลักษณะนี้จะเกิดขึ้นกับสนามบินขนาดเล็ก
ขณะที่ พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายบำรุงรักษา ชี้แจงว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นผิว Taxiway และ Taxilane มาอย่างต่อเนื่อง มีแผนการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบก่อสร้างซ่อมแซมพื้นผิวทางอากาศยานด้วยวัสดุปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต ซึ่งเมื่อออกแบบแล้วเสร็จ จะได้มีการเปิดประมูลหาบริษัทผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการต่อไป ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องผิวทางของ ทสภ. อย่างถาวร