เจ้าหน้าที่ช่วยกันปลดอุปกรณ์ หลังพระครูปลัดธีระตัดสินใจลงมาจากเสาส่งสัญญาณสูงกว่า 60 เมตร ภายในสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี ถนนพุทธมณฑลสาย 3 โดยหลังจากนั้นพระครูปลัดธีระได้เข้าพบและพูดคุยกับพระผู้ใหญ่ที่เดินทางมาพูดคุยและสังเกตการณ์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเจรจากับพระครูปลัดธีระ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจจากสน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และสำนักงานเขตทวีวัฒนา ที่วันนี้ผู้อำนวยการเขตเดินทางมาเองตั้งแต่ช่วงเช้า
ตลอดการเจรจาวันนี้พระครูปลัดธีระส่งจดหมายลงมา 3 ฉบับ ใจความสำคัญโดยสรุปคือ ขอบคุณทุกความเป็นห่วงจากทุกความห่วงใย แต่ยืนยันว่า ยังลงมาไม่ได้ เนื่องจากมีข้อพิพาทกับธรรมที่เงื่อนไขตกลงซื้อขายที่ดิน 14ไร่ ที่เป็นที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมพุทธชยันตีไม่ตรงกัน จึงขอเรียกร้องให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ส่งตัวแทนมาพูดคุยและยอมตกลงให้เวลาศูนย์ปฏิบัติธรรมหาเงินมาซื้อที่ดินแปลงนี้โดยไม่มีเงื่อนไข
นางสมรรัตน์ อรรถนิตย์ ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา ที่วันนี้เดินทางมาเจรจากับพระครูปลัดธีระด้วยตัวเอง เปิดเผยว่า ที่มาของข้อพิพาทเรื่องที่ดิน 14 ไร่ ของสำนักปฏิบัติธรรมพุทธ ชยันตีกับธนาคาร เกิดขึ้นเมื่อราว10ปีก่อน หลังจากมีเอกชนพยายามสร้างรีสอร์ต แต่ไม่สำเร็จ กลายเป็นที่รกร้าง จนถูกธนาคารยึดไว้
ก่อนที่ในปี 2554 พระครูปลัดธีระจะธุดงค์มาเจอ และใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานปฏิบัติธรรม โดยมีการเจรจาซื้อขายกับธนาคารในราคา 60 ล้านบาท และจ่ายเงินมัดจำ จำนวน 5 แสนบาท หลังจากนั้นพระครูปลัดธีระ ไม่มีเงินจ่ายตามที่ทำสัญญาไว้กับธนาคารจนกลายเป็นคดีฟ้องร้อง และศาลพิพากษาว่า พระครูปลัดธีระเป็นผู้บุกรุก และต้องย้ายออกจากพื้นที่
นอกจากเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆวันนี้พระครูเมตตามงคลวิศิษฏ์ เจ้าคณะแขวงทวีวัฒนา ก็เดินทางมาช่วยเจรจากับพระครูปลัดธีระเพื่อให้ลงมาจากเสาส่งสัญญาณ
พระครูเมตตามงคลวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า เดิมพระครูปลัดธีระ เป็นพระอยู่ที่จังหวัดพิจิตร มีพฤติกรรมอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ก่อนหน้านี้เคยตักเตือนแล้วว่า เรื่องการใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นสถานปฏิบัติธรรมและจำวัด
เบื้องต้นตำรวจนำตัวพระครูปลัดธีระ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สน.ธรรมศาลา โดยลูกศิษย์ที่ช่วยเจรจาจนพระครูปลัดธีระ ตัดสินใจลงจากเสาส่งสัญญาณยืนยันว่า จะทำเรื่องขอประกันตัว หลังตำรวจแจ้งข้อหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ