วันนี้ (20 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมระหว่างเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กับ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้นำข้อมูลการสำรวจและผลกระทบจากการใช้สารพาราควอตที่เป็นยาฆ่าหญ้าชนิดเผาไหม้ เพื่อหาแนวทางในการยุติการใช้พาราควอตในโค้งสุดท้ายก่อนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะพิจารณาว่าจะยกเลิกใช้ หรือไม่ ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้
น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ได้นำผลการสำรวจนโยบายของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำตาลต่อการใช้สารพาราควอต ทั้งหมด 47 บริษัท พบว่ามี 7 กลุ่มบริษัทที่มีนโยบายลดและเลิกใช้อย่างชัดเจน ส่วนบริษัทที่ยังไม่มีนโยบายลดการใช้สารพาราควอตบอกว่า หากในอนาคตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมติยกเลิกก็ยินดีที่จะปฏิบัติตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในภาคอุตสาหกรรมที่เห็นถึงอันตรายของสารพาราควอต โดยเตรียมนำข้อมูลนี้ส่งให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการวัตถุอันตรายต่อไป
ขณะที่ เครือข่ายภาคธุรกิจ ระบุว่า การใช้สารกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะพารา ควอตที่ผ่านมามีผลให้ทรัพยากรในพื้นที่การเกษตรเสื่อมสภาพ ทำให้ผลผลิตลดลง และต้นทุนสูงขึ้น โดยมองว่ายังมีวิธีกำจัดวัชพืชที่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่า พร้อมสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศยกเลิก ขณะเดียวกันผลวิจัยด้านสุขภาพ ยืนยันว่า พาราควอต สามารถตกค้างในดิน แหล่งน้ำ ในพืชผัก และสัตว์น้ำ ซึ่งฤทธิ์ของพาราควอตเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปทำลายภูมิคุ้มกัน และเห็นว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายควรหยิบยกเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย