หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องตามตู้เอทีเอ็มธนาคารหลายแห่ง ตามพื้นที่ต่างๆ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจภูธรเมืองปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน สาขาถนนหนองจิก ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี หลังรับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บนแป้นกดตัวเลขที่ตู้เอทีเอ็มดังกล่าว
ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางธนาคารพบว่า คนร้ายแต่งกายในลักษณ์คล้ายผู้หญิง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยบางจุดเป็นคนเดียวกันเนื่องจากธนาคารที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กัน โดยก่อนเกิดเหตุพบผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนไปมาก่อนที่จะมีคนร้ายอีกคนนำระเบิดไปวางไว้แล้วหลบหนีไปก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นในอีก 5-10 นาทีต่อมา
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบเบาะแสคนร้ายที่ลอบวางระเบิดในจังหวัดสงขลาแล้ว โดยผู้สั่งการเป็นแกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระดับสั่งการค่าหัว 3 แสนบาท ส่วนผู้ที่ลงมือวางระเบิดยังอยู่ระหว่างการหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิด พร้อมสั่งเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการข่าวพบข้อมูลคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องเข้าพื้นที่ทั้งหมด 8 ลูก ใช้ไปแล้ว 2 ลูก เหลืออีก 6 ลูก
ขณะที่ชาวบ้านใน ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่ถูกคนร้ายนำระเบิดมาวางได้ที่ข้างประตูบ้านด้านหลัง บริเวณที่จอดรถยนต์ แล้วเกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้หลังคาโรงรถได้รับความเสียหาย รวมทั้งรถยนต์ที่จอดอยู่ ก็ได้รับความเสียหายบางส่วน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.10 น. ของวันที่ 20 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยญาติของเจ้าของบ้านรายนี้ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้โดนเหตุการณ์มาแล้ว 9 ครั้ง และทุกครั้งที่เกิดก็ไม่เคยได้รับการเยียวยา เพราะทุกครั้งที่เกิดไม่สามารถที่จะทำหลักฐานได้ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานในการเยียวยา ซึ่งตนเองก็เข้าใจ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ทางการต้องการแต่หลักฐาน แต่เจ้าของบ้านก็อายุมากแล้ว ไม่สามารถทำหลักฐานได้ เป็นเพียงแม่ค้าขายของ ที่หารายได้เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงบุตร เพราะบุตรต้องเรียนหนังสือ เหตุการณ์ 7-8 ครั้ง รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ทางการไม่เคยมาดูแลเลย จึงอยากให้มีมาตรการดูแล เพราะถูกเหตุการณ์มาหลายครั้งแล้ว ไม่ได้รับอะไรเลย เราเองก็ไม่อยากจะได้เยียวยา แต่ทำไมบ้านอื่นเขาโดนแค่เล็กน้อย แต่ได้รับเงินเยียวยากัน