เมื่อวันที่ 22 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน จากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุทั้ง 10 จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอของจ.ปัตตานี พร้อมทั้งสอบปากคำพยานบุคคล เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ปัตตานี จากการสอบพยานบุคคลสามารถจดจำรูปพรรณของคนร้ายได้ชัดเจน เพราะช่วงเกิดเหตุมีประชาชนอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก จึงนำไปเชื่อมโยงกับแฟ้มประวัติความมั่นคง ทำให้รู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนยุทธวิถีเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายแบบชุดดะวะ หรือการเข้าไปก่อเหตุเพียงคนเดียว ซึ่งปกติจะก่อเหตุแต่ละจุดไม่น้อยกว่า 2 คน แต่ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุมีเพียง 6 คน กระจายกำลังเข้าก่อเหตุจุดละ 1 คนเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สมารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้1คน อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลที่ศูนย์สักถาม ซึ่งให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
ด้านพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี บอกว่าจากพยานหลักฐาน พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นขบวนการบีอาร์เอ็น ทั้งเก่าและใหม่ พบว่าหลายคนเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อปี 2556 โดยมีแกนนำระดับปฏิบัติการที่มีหมายจับทั้งคดีความมั่นคง และคดีลอบวางระเบิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ
ส่วนที่จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายแวกอยี ตาเละ ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ อ.สะบ้าย้อย หลังมีพยานยืนยันว่า นายแวกอยี ขับรถผ่านจุดเกิดเหตุจากนั้นประมาณ 10 นาทีก็เกิดระเบิดขึ้น เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำส่งศูนย์ซักถามกรมทหารพรานที่ 41 จ.ยะลา ส่วนที่จ.ยะลา ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสผู้ก่อเหตุ คาดเป็นกลุ่มของ นายมะสุกรี ยูโซ๊ะ มีหัวหน้าคอมมานโด ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุใน จ.ยะลา และเคยก่อเหตุวางระเบิดย่านเศรษฐกิจ อ.เบตง และเผารถบัสพื้นที่บันนังสตา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเร่งกระจายกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี