เมื่อวันที่ (22 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ในโรงงาน บริษัท ดับบลิว เอ็ม ดี ไทย รีไซคลิ้ง จำกัด เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอีกหลายหน่วยงาน ร่วมเข้าตรวจค้น หลังพบโรงงานแห่งนี้ซึ่งมีชาวฮ่องกงเป็นนายทุนใหญ่ ประกอบกิจการรีไซเคิลขยะ มีโรงงานอยู่ 3 โรง ปลูกติดกัน แต่ไม่ได้รับอนุญาต 2 โรงงาน จึงสั่งดำเนินคดีทั้งโรงงาน และเจ้าของโรงงาน และพิจารณาสั่งปิดโรงงาน ส่วนแรงงานต่างด้าวบางส่วนถูกกฎหมาย
จากสภาพโรงงานที่ทีมข่าวระหว่างฝนตก ทำให้เห็นภาพขณะสายฝนตกชะล้างกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า น้ำที่ไหลมาอาจมีสารปนเปื้อน อาทิ สารหนู แคดเมียม และสารตะกั่ว ไหลออกกไปปะปนกับแหล่งน้ำธรรมชาติได้ และการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเผาก็จะเป็นมลภาวะทางอากาศ
ส่วนการนำเข้ามาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในสนธิสัญญาบาเซิล ไม่อนุญาตให้ประเทศสมาชิกนำเข้าสารอันตรายประเภท สารหนู ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม อยู่ในกลุ่ม A ไปทิ้งในประเทศสมาชิก แต่สารกลุ่ม B อาทิ พลาสติก เหล็ก ทองแดง และชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถเคลื่อนย้ายได้ ล่าสุดจีนเพิ่งประกาศห้ามนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงสงสัยว่ากลุ่มนายทุนอาจใช้ไทยเป็นศูนย์กลางพักขยะอันตรายและหาประโยชน์แทน สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้น มีส่วนประกอบของเหล็ก ทองแดง ทองคำขาว ทอง ตะกั่ว พลาสติก รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรวบรวมและนำไปขายแยก ซึ่งจะมีมูลค่า เนื่องจากบางชิ้นส่วน ยังใช้งานได้
ด้านหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า โรงงานแห่งนี้ที่นี่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อต้นปี และมีภาพชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถูกไฟไหม้ ทำให้ประชาชนร้องเรียนเพราะเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบจากสารพิษ ซึ่งโดยปกติการทำลายชิ้นส่วนเหล่านี้จะนำไปบดและเผาทำลายหรือฝังกลบแต่อาจใช้เวลานาน ขณะที่ไทยมีบ่อทำลายขยะอุตสาหกรรมนี้เพียง 3 แห่ง ในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าทุกหน่วย จะร่วมกันขยายผลหาโรงงานที่ลักลอบคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะนี้เพิ่มเติม หลังพบข้อมูลมีโรงงานในลักษณะเดียวกันอีกราว 15-30 แห่ง