ปฏิบัติการของตำรวจกองปราบปรามเมื่อวานนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด หลังศาลอนุมัติหมายจับพระชั้นผู้ใหญ่ 6 รูป ใน 3 วัดดัง และฆราวาสจำนวนหนึ่ง ฐานร่วมกันฟอกเงิน คดีเงินทอนวัดล็อต 3 ที่ใช้เวลาสอบสวนกว่า 1 เดือน
วัดที่ได้รับความสนใจและเป็นเป้าหมายสำคัญวัดแรกคือวัดสามพระยา พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้นำกำลังเข้าตรวจค้นตั้งแต่หกโมงเช้า โดยพบกับพระลูกวัด จึงแจ้งเหตุผลการเข้าตรวจและเข้าจับกุมพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพหานคร ฝ่ายมหานิกาย และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พร้อมฆราวาสอีก 1 คน ไปสอบปากคำที่กองปราบปราม
โดยก่อนเข้าจับกุมพระพรหมดิลก ตำรวจกองปราบปราม ได้เข้าค้นบ้านของนายวิวุฒิ อุดมโชคปิติ และนางวิภาภรณ์ อุดมโชคปิติ ใน จ.นนทบุรี เมื่อวันเสาร์ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบหลักฐานการรับโอนเงิน 25 ล้านบาทจากวัดสามพระยาฯ เข้าบัญชีสองสามีภรรยารวม 3 ครั้ง
ในเวลาเดียวกัน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจ 50 นาย พร้อมหมายศาลจับเข้าตรวจค้นที่วัดสระเกศฯเพื่อจับกุมพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายมหานิกาย พระราชกิจจาภรณ์ พระศรีคุณาภรณ์ และพระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แต่ตำรวจไม่พบพระพรหมสิทธิ โดยลูกศิษย์ให้ข้อมูลว่า พบพระพรหมสิทธิครั้งสุดท้ายเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ขณะเดินออกจากกุฏิ ไปดูงานก่อสร้างในวัด จากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบรถตู้โฟล์ก สวาเก้น สีดำ วิ่งเข้า-ออก หน้ากุฏิพระพรหมสิทธิช่วงสายวันที่ 23 พฤษภาคม แต่ยังไม่เปิดเผยว่าพบพระพรหมสิทธิเดินผ่านหน้ากล้องตรงกับช่วงเวลาที่ลูกศิษย์ให้ข้อมูลหรือไม่
ส่วนประตูที่เชื่อถูกระบุว่าเป็นทางลับที่พระพรหมสิทธิ อาจใช้เดินออกจากวัดไปยังถนนบำรุงเมืองลูกศิษย์วัดสระเกศอ้างว่า เป็นเส้นทางสำหรับคนงานก่อสร้างใช้ขนวัสดุอุปกรณ์ ไม่ต้องผ่านหน้าวัด เพราะมีญาติโยมพลุกพล่าน ล่าสุดตำรวจกันตัวลูกศิษย์รายนี้ไว้สอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว
ส่วนพระศรีคุณาภรณ์ พระครูสิริวิหารการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป ที่อยู่ภายในวัด ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กองปราบปราม ส่วนพระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีกหนึ่งรูปพักรักษาตัวเนื่องจากอาพาธที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนที่ตำรวจได้นำหมายจับไปควบคุมมาสอบปากคำที่กองปราบปรามในช่วงบ่าย
พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า การตรวจสอบเส้นทางเงินของวัดกว่า 70 ล้านบาท ที่รับมาจากกองส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โอนให้กับบริษัทผลิตสื่อธรรมะแห่งหนึ่ง ที่มีผู้ต้องหา 4 คนเป็นฆราวาส คือ น.ส.นุสรา สิทธินอก แม่บ้านรับเปิดบัญชีโอนเงินจากวัดสระเกศ โดยไม่ทราบจุดประสงค์ น.ส.ฑัมพร นิพนธ์พิทยา เจ้าของบริษัทผลิตสื่อธรรมะ นายทวิช สังข์อยู่ และนายธีรพงษ์ พันธุ์ศรี และยังพบอีก 10 บัญชีในชื่อของพระพรหมสุทธิ มีเงินสะสม 132 ล้านบาท ที่เจ้าหน้าที่ ปปง. อายัดไว้ตรวจสอบแล้ว
ขณะที่พระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะอีก 1 รูป คือพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 ฝ่ายธรรมยุต และกรรมการมหาเถรสมาคม ที่ถูกออกหมายจับในครั้งนี้ด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามไม่พบตัวอยู่ภายในวัด และไม่มีใครพบหรือรู้เห็นว่าเดินทางไปที่ไหน
หลังตำรวจกองปราบปรามนำพระเถระ 5 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถร และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา พระศรีคุณาภรณ์ พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทุจริตเงินทอนวัด ไปขออำนาจศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขังผลัดแรก หลังได้สอบสวนและแจ้งข้อหา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่ง ให้ฝากขัง และไม่ให้ประกันตัว โดยพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปต้องสึกจากความเป็นพระ ก่อนถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป
รายงานข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ปลด พระพรหมสิทธิ(ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 10 พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และพระพรมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พ้นจากคณะกรรมการมหาเภรสมาคม
ส่วนตำแหน่งทางปกครอง จะต้องใช้มติจากที่ประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ รายงานระบุว่าหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนที่ พศ. จะดำเนินตามพระบัญชาต่อไป
สำหรับพระพรมสิทธิฯ เมื่อพ้นจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว ต้องพ้นจากตำแหน่งประธานกำกับพระธรรมทูตต่างประเทศด้วย เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวผู้เป็นประธานต้องเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม