ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ รายงานว่า พายุโซนร้อน “อัลเบอร์โต” พัดขึ้นฝั่งที่รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ด้วยความเร็วลม 72 กม./ชม. ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก ล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน คือ นักข่าวและช่างภาพของสำนักข่าวท้องถิ่น ที่ถูกต้นไม้ล้มใส่รถ ขณะออกไปทำข่าวพายุ ทั้งนี้ หลังจากพัดขึ้นฝั่งแล้ว พายุได้อ่อนกำลังลงเล็กน้อย และกำลังเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปทางชายฝั่งตอนเหนือ ขณะที่ทางการประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นสูงในแถบชายฝั่ง รวมทั้งเฝ้าระวังทอร์นาโดที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ชายหาดในฟลอริดาขณะนี้ มีปริมาณนักท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากทางการได้สั่งอพยพประชาชนหลายพันคนไปแล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ยังเป็นวันรำลึกถึงทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ บรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวจึงเงียบเหงากว่าปกติ
สำหรับ พายุอัลเบอร์โต ถือเป็นพายุลูกแรกในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกของปีนี้ ซึ่งถือว่าขึ้นฝั่งเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากฤดูกาลแห่งเฮอร์ริเคนมักจะเริ่มขึ้นประมาณวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีพายุราว 10-16 ลูก ครึ่งหนึ่งเป็นเฮอร์ริเคน และจะอย่างน้อย 3 ลูกที่มีระดับรุนแรง ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ จะถือว่าปีนี้มีปริมาณพายุมากกว่าปกติ
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในเมืองเอลลิคอตต์ ซิตี้ รัฐแมริแลนด์ ของสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงจนทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน สาเหตุเกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไหลบ่าเข้าท่วมเมือง ถนนทุกสายกลายเป็นแม่น้ำไหลเชี่ยว ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง มีรายงานผู้สูญหายอย่างน้อย 1 คน เป็นชายวัย 39 ปี ที่ถูกน้ำพัดไปขณะพยายามช่วยผู้ประสบภัย ล่าสุด ระดับน้ำลดลงแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มออกมาสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินในเมือง ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ รถยนต์ และอาคารที่อยู่ในเส้นทางน้ำ