ถุงพลาสติก 85 ชิ้น ที่เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง คือ หลักฐานชิ้นสำคัญที่ได้จากการผ่าพิสูจน์วาฬนำร่องครีบสั้น ที่ลอยมาเกยตื้น บริเวณคลองนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม อาการบาดเจ็บของมันเกินกว่าที่ทีมสัตวแพทย์จะยื้อชีวิต เพราะขยะในท้องที่มีจำนวนมาก
จากการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลกว่า500 ตัวที่ตายทั้งในอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เฉพาะปี 2560 มีร้อยละ 17 ตายจากการกินขยะพลาสติก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่วาฬนำร่องครีบสั้น เคยพบเกยตื้นในประเทศไทยถึง 3 ครั้ง มี 2 ครั้งที่ตายจากการกินขยะพลาสติก เรื่องนี้ทำให้ "จตุพร บุรุษพัฒน์" อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล
ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าร้อยละ 80 ของขยะในทะเล มาจากบนบก และร้อยละ 20 มาจากกิจกรรมทางทะเล และ การท่องเที่ยว ขณะที่ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐมีแนวทางจัดการขยะในทะเลที่ชัดเจน และจริงจังกับการแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น
เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะนอกจากขยะที่เกิดขึ้นภายในประเทศแล้ว การกำจัดขยะในทะเลที่ไม่มีพรมแดนกั้น อาจนำพาขยะจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาด้วย หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข นักวิชาการเชื่อว่า ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นข้ออ้างกีดกันการค้าจากนานาชาติได้
ณัฐพล เนียมนาค ถ่ายภาพ
อัฟนัน อับดุลเลาะ รายงาน