วันนี้ (7 พ.ย.61) ทีมข่าวพีพีทีวี ลงพื้นที่วัดกุฎีทอง ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พูดคุยกับนายทวีป ผูกโพธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ หนึ่งในชาวบ้านที่ร้องตำรวจกองปราบปราม ให้ติดตามพระพุทธโบราณที่หายไปจากวัดตราชู 3 องค์ กลับคืนมา ระบุว่า อดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล หรือ นายกิตติ ชูเนตร อดีตรองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง มักขอยืมพระรูปโบราณวัดอื่นๆ และบางครั้งใช้อิทธิพลบังคับให้เจ้าอาวาสวัดต่างๆ นำพระพุทธรูปโบราณมาให้ โดยอ้างเป็นศิษย์คนสนิทของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เพื่อนำไปมอบให้ข้าราชการในจังหวัด หวังสร้างบารมี และอาจเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราช เพราะตำรวจพบเอกสารขอโยกย้ายในกุฎีอดีตพระครูรูปนี้
ขณะทีนายบุญรอด ขุนอ่อน ไวยาวัจกร วัดกฎีทอง บอกว่า อดีตรองเจ้าอาวาสเคยขอยืมพระพุทธรูปโบราณของวัดกุฎีทอง แต่อาวาสวัดไม่ให้ และพบว่าของอดีตพระรูปนี้เป็นที่รู้จักของข้าราชการใน จ.สิงห์บุรี จำนวนมาก แต่ไม่ค่อยร่วมสังฆกรรมหรือร่วมงานของวัด ส่วนเอกสารโครงการก่อสร้างที่พบในกุฎิ จะเกี่ยวข้องกับหญิงคนสนิทที่มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างหรือไม่ ไม่สามารถบอกได้ แต่หญิงนี้เคยมาพบอดีตรองเจ้าอาวาสบ่อยครั้ง
วันเดียวกันพระครูโสภิตขันติคุณ เจ้าอาวาสวัดพลอยกระจ่างศรี อ.องครักษ์ จ.นครนายก นำภาพถ่ายพระพุทธรูปโบราณของวัดอายุกว่า 100 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการ 4 กองปราบปราม และตรวจสอบว่าของกลางที่อายัดไว้จากการครอบครอบของอดีตพระครูกิตติและหญิงคนสนิทรวมอยู่หรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบ เพราะมีบางส่วนถูกอายัดไว้ที่บ้านพัก
เจ้าอาวาสวัดพลอยกระจ่างศรี บอกว่า เป็นพระเก่าแก่สร้างประมาณ พ.ศ.2448 หายไป เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ก่อนจะหาย มีฆราวาสใช้รถกระบะ ทะเบียนอ่างทอง เข้ามากราบไหว้พระภายในโบสถ์ จากนั้น 2 วัน พระพุทธรูปก็หายไป