วันนี้ (15 มิ.ย.61) นางกัลยา เหลี่ยมศรีจันทร์ และ นายเจริญ เหลี่ยมศรีจันทร์ ตัดสินใจเดินทางมาร้องทุกข์กับทีมข่าว PPTV โดยระบุว่า เคลือบแคลงการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม หลังนายไทยพาณิชย์ เหลี่ยมศรีจันทร์ อายุ 16 ปี ลูกชายคนเดียว ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา บริเวณบ้านโนนสวรรค์ ต.สร้างแซ่ง ระหว่างเล่าเหตุการณ์ให้ทีมข่าวฟังบางช่วง บางตอน แม่ของผู้เสียชีวิตถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เพราะมองว่าครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม
นายเจริญ พ่อของผู้เสียชีวิต อ้างว่า ตั้งแต่เกิดเหตุนาน 2 เดือน ตำรวจเคยติดต่อครอบครัวมาเพียง 1 ครั้ง ไม่รับแจ้งความ ไม่สอบปากคำทำสำนวนคดีระหว่างผู้เสียหาย ผู้ก่อเหตุ และพยานแวดล้อม โดยชี้แจงว่าเป็นคดีอาญา และผู้ต้องหายอมมอบตัวแล้ว 1 คน ซึ่งทางครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่เชื่อว่ามีผู้ก่อเหตุคนเดียว เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน จึงไม่เชื่อว่าคนเดียวจะลงมือทำร้ายคนได้หลายคน ทั้งที่มีพยานได้ไปชี้ตัวจากภาพถ่ายแล้ว โดยมีการชี้ไป 3 คน เป็นคนที่ถือมีดอยู่ใกล้ลูกชายทั้ง 3 คน ต่อหน้าพนักงานสอบสวน แต่ทำไมตำรวจไม่ขยายผลจับกุมอีก
สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต เชื่อว่า ไม่ใช่แค่เหตุทะเลาะวิวาทกัน ต้องการให้ตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หรือ ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะมีเพื่อนในกลุ่มเดียวกันกับลูกเคยเป็นคู่ขัดแย้งกัน ที่มาออกสื่อให้สื่อช่วยติดตามตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ช่วยดูคดีนี้ด้วย
ขณะที่กรณีนี้ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ บอกว่า สำหรับคดีอาญาแม้ไม่มีผู้เสียหาย ก็สามารถดำเนินคดีได้ แต่เรื่องนี้มีผู้เสียหายเพราะมีพ่อแม่ของผู้ตาย ถ้าไม่รับดำเนินคดีให้เขา ไม่ให้เขาเป็นคนร้องทุกข์กล่าวโทษจะรู้ได้อย่างไรว่าคดีอย่างไร สิ่งที่ตำรวจสื่อสารน่าจะเป็นความบกพร่องมากกว่า กรณีนี้พ่อแม่เขามาแจ้งเรื่องเขาต้องการได้รับความเป็นธรรมก็ต้องรับเรื่องรับแจ้ง เพื่อให้ติดตามเรื่องว่าสำนวนการสอบสวนไปถึงไหนแล้ว เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นผู้เสียหายมีสิทธิที่จะแจ้งความร้องทุกข์กับผู้ที่ทำร้ายหรือฆ่าลูกเขาได้ การปฏิเสธการรับแจ้งจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ฉะนั้นตำรวจต้องรับแจ้งความ เรื่องนี้มีผลต่อการเยียวยาด้วย เมื่อมีพ่อแม่หรือญาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาหรือเข้าร่วมเป็นโจทย์ในอนาคต แต่ถ้าตำรวจไม่รับแจ้งเขา ส่งฟ้องตอนไหนเขาก็ไม่รู้เรื่อง เวลายกฟ้องญาติก็จะไม่รู้ และอุทธรณ์ไม่ได้
ทนายเกิดผล กรณีนี้ที่เห็นในสำนวนพูดถึงเรื่องต่อสู้ชุลมุน แสดงว่ามีมากกว่า 1 คน ฉะนั้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องเรียกคนที่ถูกกล่าวหามาสอบแล้วพิจารณาหลักฐานทั้งสองฝ่าย โดยมีการเรียกผู้ต้องสงสัยมาแล้วแต่เมื่อเขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ทำไมตำรวจต้องเชื่อเสมอไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัยอีกหนึ่งเรื่อง เขาจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ตำรวจต้องเชื่อเขาเสมอไป จะต้องชั่งน้ำหนัก ไม่อย่างนั้นคนร้ายก็คงหลอกตำรวจได้ทุกเรื่อง เรื่องนี้คนร้ายที่ถูกจับได้แล้วก็ต้องถูกกระทำความผิด แต่คนร้ายที่เหลือก็ไม่ควรปล่อยเลยตามเลย อยากให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้การฯจังหวัดมหาสารคามลงมาดูคดีนี้ด้วย
ทีมข่าวพีพีทีวีติดต่อไปที่พนักงานสอบสวน สภ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ชี้แจงว่า เรื่องทั้งหมดอยู่ในชั้นศาลแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งการสอบปากคำผู้ต้องหาที่มอบตัวถ้าไม่พาดพิงใคร หรือมีหลักฐานยืนยันว่าอยู่ในที่เกิดเหตุร่วมทำร้าย ก็ไม่สามารถนำตัวดำเนินคดีได้ ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉย ขอให้พ่อกับแม่ใจเย็นๆ แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีนี้
ชมคลิปที่นี่...“พ่อแม่” เหยื่อมีดโหด คาใจ ตาย 2 สาหัส 4 ตร.จับมือฟันคนเดียว หวั่นเป็นผู้มีอิทธิพล