ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมกับพรรคการเมืองจะจัดขึ้น วันที่ 25 มิถุนายน นี้ ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี จะใช้เวลาพูดคุยประมาณ 2 ชั่วโมง และในที่ประชุมไม่มีข้อตกลงใดๆ เพราะมีเพียงการพูดคุยเท่านั้น ยืนยันว่าจะไม่เอาร่างสัญญาประชาคมปรองดองเข้ามาหารือด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองเพื่อคลายล็อกโดยเฉพาะ ดังนั้นการหารือในครั้งนี้ต้องเปิดเผยข้อตกลงให้ประชาชนรับทราบด้วย นอกจากนี้ การพูดคุยกับนักการเมืองจะมีขึ้นทั้งหมด 2 รอบ ซึ่งในรอบที่ 2 จะมีขึ้นหลังพระราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้พ.ร.ป.ส.ส. และ ส.ว.บังคับใช้แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุม
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง พรรคชาติพัฒนา ได้ตอบรับการเข้าพูดคุยแล้ว ประกอบด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค และนายอรัญ พันธุมจินดา โดยประเด็นที่จะหารือ นพ.วรรณรัตน์ จะสอบถามความชัดเจนแนวทางดำเนินการกิจกรรมทางการเมืองภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มอบหมาย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนเพียงคนเดียว ไปร่วมพูดคุย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค และ นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค เข้าร่วมประชุมหารือ ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา มีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง เข้าร่วม
“ทักษิณ” เปิดใจบีบีซีไทย เชื่อเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง
ด้าน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ นักโทษหนีคดี ได้ให้สัมภาษณ์ เว็บไซต์บีบีซีไทย ระบุว่า เพื่อไทยชนะที่ 1 แน่นอน พร้อมทั้งยังมั่นใจว่า ในภาคอีสานพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเขียวทั้งอีสาน และยังติดต่อกับประชาชนเป็นระยะอยู่ โดยโทรหากำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นระยะ ทำให้รู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า สส. ที่ออกจากเพื่อไทยมีน้อย ส่วนใหญ่มีคดี เพราะคสช.เอาคดีมาขู่แล้ว กับอีกประเภทคือเป็นหนี้เป็นสิน อยู่ ๆ เอาเงินก้อนใหญ่มาให้ก็น่าสนใจ กับอีกประเภทคืออาจจะมั่นใจตัวเองว่าตัวเองเป็นที่นิยมดี และคิดว่าได้ตังค์เยอะด้วยก็น่าจะไป แต่เป็นเรื่องที่ผมต้องแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่บุคคลเหล่านี้ออกไปจากพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้คัดนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาบ้าง เป็นเรื่องที่ดี