จากกรณีมีนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน จำนวน 13 คนหายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนต้องระดมเจ้าหน้าที่เร่งค้นหา
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวพีพีทีวีรายงานว่า ขณะนี้ นักทำลายใต้น้ำจู่โจมหรือ หน่วยซีล ได้สำรวจค้นหาจากปากทางเข้าของถ้ำลึกลงไปประมาณ 3 กิโลเมตร เหลืออีก2กิโลเมตร เท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะพบเด็กๆ เพราะพบรอยนิ้วมือของเด็กที่ถูตามพนังถ้ำและพยายามปีนขึ้นที่สูงเชื่อว่าเด็กๆยังมีชีวิตอยู่ เพราะไม่มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เด็กเกิดปัญหา
ส่วนชุดค้นหาของหน่วยซีลมีทั้งหมด 18 นายหรือ จำนวน 4ชุด แบ่งออกเป็น 2ชุดสำรวจ อีก 2ชุดรอสลับเปลี่ยนหมุนเวียน แต่ขณะนี้ ชุดที่กลับมาแจ้งว่ามีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ เพราะเชือกยาวไม่พอ จึงออกมาเตรียมอุปกรณ์ และ ให้อีกชุดเข้าไปสำรวจต่อ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากชาวบ้านมีโพรงเข้าไปในถ้ำอีกจุด แต่อยู่บนเขาเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ และพบคล้ายๆโพรงตามที่ชาวบ้านระบุ จึงให้เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าสำรวจพื้นที่ให้ละเอียด หากโพรงดังกล่าวทะลุลงไปในถ้ำ ก็จะใช้เฮลิคอปเตอร์ หย่อนอาหารลงไป หรือ ให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการวางแผน ส่วนเรื่องการสูบน้ำก็ยังมีการพูดคุยกันอยู่ แต่จะพร่องน้ำออกจากถ้ำคงเป็นเรื่องยากเพราะมีฝนตกตลอดทั้งวัน
เช่นเดียวกับ พล.ร.ต. อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการค้นและชุดสำรวจเห็นรอยมือเด็กๆอยู่บริเวณผนังถ้ำ แต่ตอนนี้ยังมีอยู่สรรคเรื่องฝนที่ตกลงมาเรื่อยๆจนระดับน้ำเพิ่มสูงชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร ยืนยันหน่วยซีลจะทำการค้นหาให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นาย นุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์และนักสำรวจถ้ำ ระบุว่า โถงถ้ำหลวงฯนั้นจะมีลักษณะค่อนข้างแคบ ข้างในมีน้ำจำนวนมากบางพื้นที่จะลาดเอียง และบางส่วนเป็นโถง ตรงเข้าไปมีระดับน้ำลึกบาง ตื้นบาง บางส่วนมีหาดทรายด้วย แต่อุปสรรคของการค้นหาคือตัวถ้ำจะมีซึมลงมา ยิ่งฝนตกนานเท่าไหร่จะทำให้ปริมาณน้ำในถ้ำก็จะเพิ่มขึ้น แต่จะไม่กลายเป็นน้ำท่วมฉับพลัน และถ้าเด็กๆเดินเข้าไปในถ้ำลึกเท่าไหร่เปอร์เซ็นต์รอดก็มีมากขึ้น เพราะข้างในจะเป็นพื้นที่สูง
ชมคลิปเต็มได้ที่นี่ >>>>ผบ.หน่วยซีล เปิดแผนช่วย 13 ชีวิตติดในถ้ำ พบรอยมือที่ผนัง แต่ฝนตกหนักทำระดับน้ำสูงขึ้นชั่วโมงละ 10 ซม.