ภารกิจแรกที่ต้องใช้หน่วยซีล (SEAL) เขามาเปิดทาง คือ จุดที่ชุดค้นหาก่อนหน้านี้ ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ จุดนี้ถูกระบุว่าเป็นสามแยก ห่างจากปากถ้ำเข้ามาประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งมีน้ำท่วมสูงประมาณ 5 เมตร
จุดนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดสุดท้าย ที่พบ “กระเป๋า” ของเด็กวางอยู่ และพบว่า มีช่องเล็กๆ ที่คาดว่าทั้ง 13 คน มุดลงไป เพื่อต่อไปยังห้องโถงใหญ่ที่อยู่ถัดไป แต่ก่อนหน้านั้น ทีมนักประดาน้ำหาช่องเล็กๆ นี้ไม่พบ เพราะมืดและคาดว่ามีตะกอนดินมาอุดช่องไว้ และปัญหาที่สำคัญอีกอย่าง คือ อากาศภายในถ้ำ ค่อนข้างเบาบาง เป็นพื้นที่อับอากาศ ยากต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่
หน่วยซีล ส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการที่จุดนี้ ตั้งแต่ประมาณ 06.00 น. และร้องขอพลั่วสนาม จนประมานก่อน 09.00 น. ก็แจ้งว่าสามารถส่งเจ้าหน้าที่ทะลวงเข้าไปถึง ห้องโถงใหญ่ได้แล้ว
แต่เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ จุดที่เจ้าหน้าที่คาดกันว่า ทั้งเด็กและโค้ชรวม 13 คน น่าจะพักอยู่ หน่วย SEAL กลับไม่พบเด็ก แต่ก็ยังมีสัญญาณที่ดี เพราะพบร่องรอยบางอย่าง ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ทั้ง 13 คน ทำไว้บอกเส้นทาง จึงเริ่มกระบวนการแกะรอย
ในเพจ ThainavySEAL โพสต์ไว้เมื่อประมาณ 11.20 น. ยืนยันว่ายังไม่พบเด็ก แต่พบร่องรอย สวนกับกระแสข่าวภายนอกที่ลือกันว่า พบเด็กแล้ว
ทีมข่าวพีพีทีวีที่ประจำการที่ปากถ้ำ ได้คุยกับ หัวหน้าชุดของหน่วยซีล ที่เข้าไปปฏิบัติการภายในได้ข้อมูลว่า สถานการณ์ในถ้ำ หลังเข้าไปถึงห้องโถงใหญ่ ผ่านจุดที่น้ำสูงไปได้แล้ว เข้าไปได้แล้วประมาณ 2 กิโลเมตร จากระยะทาง 4 กิโลเมตร "ยังไม่พบเด็ก" แต่พบร่องรอยเป็นสัญลักษณ์ และเชื่อว่า "ยังมีชีวิต" จึงทำทางเชือกพร้อมวางไฟส่องสว่างเป็นระยะ เพื่อเป็นเส้นทางไว้
แต่ปัญหาคือ น้ำท่วมทางในถ้ำเป็นระยะ บางจุดน้ำลึกระดับเอว บางจุดมิดหัวและกว้างพอสมควร การเข้าไปจึงต้องดำน้ำบางช่วงสลับเดิน หน่วยซีล ตั้งข้อสังเกตว่า หากพบเด็ก ต้องวางแผนที่จะลำเลียงออกมาอีกครั้ง เพราะน้ำท่วมหลายช่วง ยากจะให้เด็กดำน้ำออกมา
จากจุดห้องโถงใหญ่ ต้องใช้เส้นทางอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จึงจะถึง “หาดพัทยา” ในถ้ำหลวง ซึ่งหมายถึง เนินทรายที่น้ำเอ่อท่วมไม่ถึง เป็นพื้นที่โล่ง สามารถใช้เป็นที่พักได้ อยู่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 7 กิโลเมตร และเมื่อประมาณเวลา 16.20 น. ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ข้อมูลที่สำคัญจาก พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล บอกว่า เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปได้ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าแล้วจากห้องโถงใหญ่ โดยสัญลักษณ์ที่พบ คือ รอยนิ้วมือเด็กที่ติดบริเวณผนังถ้ำ แต่ก็มีสิ่งที่ ผบ.หน่วยซีล แสดงความกังวลอย่างมาก เพราะในช่วงบ่ายถึงเย็น ได้รับการรายงานมาจากหน่วยซีล ในถ้ำว่า ระดับน้ำที่ทางเดินในถ้ำถัดมาจากห้องโถงใหญ่ เพิ่มขึ้นเร็วมาก โดยเพิ่มระดับขึ้นชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร และถือเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะการส่งกำลังและลำเลียงสิ่งของทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายจุดต้องดำน้ำผ่านไป
และศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ที่ตั้งไว้ตรงจุดที่พบกระเป๋าเด็ก เริ่มจะถูกน้ำท่วมด้วย ทำให้ชุดปฏิบัติการในพื้นที่เริ่มพบปัญหา แต่ยังยืนยันว่าจะค้นหาต่อไป เพราะเชื่อว่า เด็กน่าจะเดินลึกเข้าไปอีก
ส่วนแนวทางอื่นๆ ทางตำรวจตระเวนชายแดน ได้คุยกับทางอุทยานและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ หลังจากที่พบความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีโพรงอยู่เหนือถ้ำ ช่วงเดียวกับจุดที่คาดว่า เด็กเดินไปที่ปลายถ้ำ จึงส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปสำรวจ เพื่อหาจุดที่เป็นไปได้ จากนั้นส่งชุดเดินเท้าเข้าไปยังจุดนั้น พร้อมอาหารและน้ำ โดยมีเป้าหมายว่า หากพบโพรงจริง ก็จะหย่อนอาหารลงไป
ส่วนทางฝ่ายปกครอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ดำเนินการประสานงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เดินสายไฟให้การใช้ไฟเสถียรตลอดเวลา และประสานเดินสายสัญญาณการสื่อสารให้เสถียร และยังประสานกรมชลประทาน ดูว่าความเป็นไปได้เรื่องการ "สูบน้ำ" ออกจากถ้ำ เพราะอย่างที่หน่วยซีล บอก น้ำท่วมหลายจุดในถ้ำ ยากจะนำตัวเด็กออกมา จนถึงขณะนี้ จึงยังพยายามดูความเป็นไปได้ในทุกทาง ที่จะสูบน้ำออกจากถ้ำ
ความพยายามที่จะลดระดับน้ำในถ้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ ส่งกำลังไปสำรวจหนองน้ำ หรือแอ่งน้ำ ที่มีที่ตั้งใกล้ๆ ถ้ำ เพราะอาจเป็นจุดรับน้ำจากภายในถ้ำ ถ้าพบแหล่งน้ำ ก็อาจช่วยได้ด้วยการพร่องน้ำออกจากหนองน้ำ เพื่อให้น้ำในถ้ำลงมาเติมที่หนองน้ำแทน และอาจจะช่วยลดระดับน้ำในถ้ำลงไปได้
ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยในถ้ำ จัดทีมเตรียมพร้อมสำหรับการลำเลียงผู้ประสบภัยไว้ 6 ทีมพร้อมจะปฏิบัติงานทันที ที่ได้รับสัญญาณจากหน่วยซีลและที่ปากถ้ำ มีหน่วยแพทย์ ที่สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะส่งตัวผู้ประสบภัยไปโรงพยาบาล