ข้อกำหนดที่ออกโดย ประธานาธิบดี โจโก วีโดโด ของอินโดนีเซีย จะมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตทำงานให้กับชาวต่างชาติ ที่มักจะล่าช้า และถูกเพิกถอนโดยพลการ รวมถึงแก้ปัญหาการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการอนุมัติ
โดยข้อกำหนดใหม่นี้กำหนดให้ชาวต่างชาติที่ขอใบอนุญาตทำงานในอินโดนีเซีย จำเป็นต้องผ่านการเรียนภาษาอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในกลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนที่กำหนดเงื่อนไขเช่นนี้
ด้านกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติต่างพากันแปลกใจกับข้อกำหนดใหม่นี้ โดยกรรมการผู้จัดการของสภาหอการค้าสหรัฐฯ ประจำอินโดนีเซียกล่าวว่า “บริษัทสหรัฐฯ ต้องการอยู่ที่นี่และลงทุนที่นี่ แต่พวกเขาก็ต้องการกฎที่สามารถคาดเดาได้ การตั้งข้อกำหนดด้านภาษาเป็นการส่งสารในทางลบว่า ไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ และกระทบกับบรรยากาศการลงทุน”
นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้กับบริษัทในประเทศด้วย ซึ่งอดีตประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และวัตถุประสงค์ก็ไม่ชัดเจน พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลอินโดนีเซียไม่อยากให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศแล้วใช่ไหม
ในขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลของการกำหนดเกณฑ์ด้านภาษาดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการเรียกคะแนนเสียงของนายวิโดโด ที่จะลงเลือกตั้งในปีหน้า เพื่อสยบคำครหาจากคู่แข่งทางการเมืองที่บอกว่าเขากำลังเปิดประตูให้แรงงานต่างชาติไหลทะลักเข้ามา โดยการทำให้ขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานนั้นง่ายขึ้น