แนวทางแรก คือ ปฏิบัติการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงเพื่อลดระดับน้ำเปิดทางหน่วย SEAL เข้าไปสำรวจภายในถ้ำ ซึ่งนอกจากการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำภายในถ้ำแล้ว วานนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำรถเครื่องเจาะชั้นหินที่ เจาะเข้าไปบริเวณผนังถ้ำหลวงเพื่อระบายน้ำภายในถ้ำอีกทางหนึ่ง เพราะเชื่อว่าหากสามารถเจาะลงไปบริเวณของชั้นน้ำใต้ดินที่อยู่บริเวณใต้ถ้ำได้ และสามารถสูบออกมาได้ ปริมาณน้ำจำนวนมากที่อยู่ภายในถ้ำจะออกมา และทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำลดลงได้ แต่เมื่อเช้านี้การทำงานของเครื่องเจาะนี้ได้หยุดลงชั่วคราวเนื่องจากรอให้วิศวกรมาประเมินและปรับเปลี่ยนสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งเครื่องขุดเจาะชั้นหินนี้เคยใช้ในการช่วยเหลือคนงานติดเมืองที่ประเทศชิลี เมื่อ ปี พ.ศ. 2553 มาแล้ว จึงมีการเชิญวิศวกรที่เชี่ยวชาญมาเพื่อขอคำแนะนำและคำปรึกษาในการช่วยเหลือ
แนวทางที่สองคือ การสแกนทำโปรไฟล์ถ้ำเพื่อให้เห็นรายละเอียดทั้งภายในและภายในถ้ำทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้มีการระดมอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยจากกรมทรัพยากรธรณี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. นอกจากนี้ยังประสานความร่วมกับทางทหารสหรัฐฯ เพื่อใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการสแกนทำโปรไฟล์ถ้ำทั้งหมดเพื่อหาจุดทางเข้าและเห็นรายละเอียดภายในถ้ำเพื่ออำนวยความสะดวกต่อทีมค้นหา
แนวทางที่สาม คือ การเจาะผนังด้านข้างของถ้ำหลวงซึ่งเป็นแนวทางคิดที่เสนอโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยรูที่เจาะนั้นคาดว่าจะเจาะแนวเฉียงเข้าไปซึ่งคาดว่าจุดที่เจาะนั้นห่างจากหาดพัทยาซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าเด็ก ๆ กับโค้ช อยู่ประมาณ 200 เมตร โดยเบื้องต้นจะเจาะรูขนาดเล็กก่อน เพื่อตรวจสอบสภาพภายในถ้ำจุดที่เจาะว่ามีผู้สูญหายอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ ส่วนการขยายรูให้มีขนาดกว้างพอที่เจ้าหน้าที่จะโรยตัวลงไปเพื่อช่วยเหลือจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งแนวคิดนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมกับทีมงานทั้งหมดเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจแต่ขอให้มีการสำรวจรายละเอียดต่าง ๆ ให้รอบคอบและชัดเจนก่อน
แนวทางสุดท้ายคือ การสำรวจหาโพรงทางเข้าถ้ำตามสันเขา ผาหมี และปลายถ้ำ ซึ่งจุดที่เป็นความหวัง ขณะนี้มี 2 พื้นที่ด้วยคือ พื้นที่บริเวณผาหมี ซึ่ง พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ออกสำรวจตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งมีอยู่จุดหนึ่งที่พบโพรงสามารถโรยตัวเข้าไปได้ 22 เมตร ซึ่งวันนี้ได้เตรียมอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อโรยตัวเข้าไปสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนอีกพื้นที่หนึ่งคือ พื้นที่ปลายถ้ำทางทิศใต้ของถ้ำหลวง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณี วิเคราะห์จากแผนที่และจดหมายของมาติน นักสำรวจถ้ำที่เคยเข้าไปในถ้ำแห่งนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน โดยจุดที่คาดว่าจะเป็นช่องหรือโพรงที่โรยตัวลงไปได้กับจุดที่เป็นช่องทางน้ำไหลออกไปเชื่อมต่อกับถ้ำอีกแห่งหนึ่ง