แพทย์แนะให้พาวเวอร์เจลสร้างพลังงาน-ความอบอุ่นให้ร่างกายเด็ก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การดำเนินการของแพทย์ รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข หลังพบตัวเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สายรวม 13 คน สิ่งที่สำคัญคือการฟื้นฟูสภาพร่างกายเด็ก หลังจากติดอยู่ภายในถ้ำมานานหลายวัน

เมื่อวันที่ (3 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการช่วยเหลือเด็กว่า  ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการไว้พร้อมหมดแล้ว   ซึ่งการนำเด็กทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำหลวงต้องทำอย่างปลอดภัย และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด โดยหลังจากนี้ควรนำน้ำ อาหาร และไฟฟ้า เข้าไปในจุดที่พบทั้ง 13 คน เพื่อฟื้นฟูร่างกาย จนกว่าจะสามารถนำทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย

จากนั้นทีมแพทย์จะเข้าไปดูแลเรื่องของสุขภาพ ทั้งนี้ตนยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ขณะที่โรงพยาบาลที่เตรียมไว้ก็ได้เตรียมเครื่องมือไว้แล้วเช่นกัน โดยการดำเนินการต่างๆต้องทำอย่างปลอดภัยที่สุด

สำหรับการดูแลผู้ประสบภัยเบื้องต้น นพ.สรฤทธิ์ เกียรติเฟื่องฟู  แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการกู้ภัย ให้ข้อมูลว่า ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ต้องดูก่อนว่ามีใครต้องรักษาเร่งด่วนเป็นพิเศษหรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องรีบช่วยเหลือก่อน ซึ่งเมื่อดูจากคลิปทราบว่า ไม่มีใครมีอาการหนัก หลังจากเจอประเมินสภาพเด็กแล้วจะต้องมั่นใจ100% ถึงจะเอาออกมา  แต่เมื่อน้ำยังไม่ลดก็ให้รอไปก่อน เพราะมีทีมแพทย์เข้าไปดูแลแล้ว

สำหรับคนที่อยู่ในที่มืดนานๆ เกรงว่าสายตาจะปรับแสงไม่ได้ ตามปกติร่างกายคนเรามีการปรับตัวอยู่แล้วจึงไม่น่าเป็นห่วง  ส่วนเรื่องการที่โค้ชบอกว่าให้นอนอยู่เฉยๆในถ้ำถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องเพราะเป็นการประหยัดพลังงาน  โดยร่างกายถ้าขาดสารอาหารนานๆไม่กินอะไรเลย 10-15 วัน ถ้าให้อาหารมื้อใหญ่ จะถือว่ามีความเสี่ยงเพราะจะทำให้เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติและเป็นอันตราย

แต่แนะนำว่าให้เอาพาวเวอร์เจลเข้าไป ซึ่งพาวเวอร์เจล จะให้กับนักกีฬาเป็นสารอาหารให้พลังงาน มีทั้งเกลือแร่ วิตามิน และให้พลังงานที่ไม่มากเกินไป โดยเพียงพอในระดับหนึ่งที่จะมีแรงกลับขึ้นมาได้ สำหรับร่างกายต้องระวังเรื่องอุณหภูมิ ถ้าเสื้อเปียกน้ำให้เอาเสื้อผ้าออก และอยู่ใกล้ๆกันเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่กันได้  หรือใช้ผ้าห่มฉุกเฉินจากทีมแพทย์

สำหรับเชื้อโรคในถ้ำมีแน่นอนอยู่แล้ว เป็นเชื้อโรคเดิมๆ ไม่มีเชื้อโรคอะไรแปลกใหม่ เช่น เชื้อราในขี้ค้างคาว หรือ  ฉี่หนู  ซึ่งตัวค้างคาวเป็นพาหะของโรคพิษสุนัขบ้า แต่ดูแล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก คงไม่ถึงกับต้องกักตัวเด็กเอาไว้แต่อย่างใด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ส่องอาหาร13ชีวิต” ที่นำติดตัวก่อนเข้าถ้ำหลวง

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ