วันนี้ (9 ก.ค.61) นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงสภาพจิตใจของเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมี12 คน ผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว หลังจากถูกช่วยออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่า ความเป็นห่วงแรกของเด็ก คือ ทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เพราะการอดอาหารมีผลกระทบ และการเป็นนักกีฬา จึงต้องทำการฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วย ส่วนเรื่องสภาวะจิตใจเด็กช่วงนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเป็นส่วนใหญ่ เพราะการเผชิญวิกฤตร่วมกันเป็นกลุ่ม และมีความหวังจากการที่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การดำเนินการในช่วงถัดไปแค่ประคับประคองให้อย่าให้เกิดการกระทบเทือนทางจิตใจมาก ทั้งนี้ส่วนใหญ่คนที่รอดจากภาวะวิกฤตมักจะมีเรื่องใหญ่ 2 เรื่อง คือ ความรู้สึกผิด และบาดแผลทางใจ ซึ่งความรู้สึกผิด เป็นความรู้สึกที่เป็นภาระให้กับผู้อื่น เช่น ตัวเองมีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมีความรู้สึกรับผิดชอบ และมีความรู้สึกผิดไม่มาก หรือน้อย ความรู้สึกนี้จะผ่านไปเมื่อระยะเวลาผ่านไป และจะสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้
“ปัญหาใหญ่ คือ อย่าไปซ้ำเติม พาเด็กเดินสาย อันนี้ก็จะเกิดการสัมภาษณ์เรื่องเดิมซ้ำ ๆ แยกเขาออกมาจากครอบครัว และกลุ่มเพื่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากในการฟื้นฟูที่จะทำให้เข้มแข็งทางใจเหมือนเดิมได้ อันนี้คือสิ่งที่สายสุขภาพจิต พยายามที่จะเตือนสื่อว่าอย่างทำเลย” นายแพทย์ยงยุทธ กล่าว
ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า คนไทยจะมีปัญหา คือ ขี้สงสาร พยายามบริจาค และให้สิทธิพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี เพราะการช่วยเหลือพวกนี้ไม่ได้ช่วยให้เด็กยืนด้วยขาของตัวเอง การที่ไปหยิบยื่นอะไรให้ พอถึงเวลาที่เขาไม่ประสบความสำเร็จมา คนที่คอยสนับสนุนก็จะเลิกสนับสนุนเขาไป และสุดท้ายเขาจะคว้างเลย ดังนั้นควรสนับสนุนให้ยืนด้วยตัวเขาเอง เช่น สนับสนุนให้ทีมหมูป่าอะคาเดมีเข้มแข็งขึ้นทั้งองกรค์ และสนับสนุนโรงเรียนเขาให้เข้มเเข็งขึ้น เด็กก็จะมีประสบการณ์ที่ดี และต่อไปอาจจะเป็นแบบอย่างให้กับเพื่อนได้ ทั้งนี้ถ้าเด็กต้องการเป็นนักกีฬา ซึ่งมืออาชีพเขาต้องพัฒนาไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่หยิบยื่นให้โดยที่เขาไม่ได้พัฒนาด้วยตัวเอง
ชมคลิปรายการเต็ม : “กรมสุขภาพจิต” แนะ อย่าให้ “สิทธิพิเศษ” ทีมหมูป่า หลังรอดชีวิต เพราะทำให้เด็กยืนด้วยขาตัวเองไม่ได้ เกิดปัญหาใช้ชีวิตอนาคต