บริษัทแรกที่ออกตัวก่อนก็คือ”เพียว-ฟลิกซ์”(Pure Flix) โดยอ้างว่า”โปรดิวเซอร์”หรือผู้อำนวยการสร้าง ได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ ตั้งแต่ช่วงเริ่มภารกิจช่วยเด็กๆ และได้เก็บข้อมูลส่วนหนึ่งมาเรียบร้อยแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าภรรยาของนายไมเคิล สก็อตต์ โปรดิวเซอร์ของเพียว-ฟลิกซ์ รู้จักกับจ่า”สมาน กุนัน วีรบุรุษที่เสียชีวิตระหว่างทำภารกิจช่วยเด็กเป็นอย่างดี เพราะเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน
อีกบริษัทหนึ่งที่ประกาศจะสร้างภาพยนตร์เรื่องนีเก็คือ”ไอแวนโฮ” (Ivanho) อีกทั้งยังอ้างด้วยว่า ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นายสุพจน์ วงศ์พรหมท้าว โฆษกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ออกมายืนยันว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครแม้แต่คนเดียว และยังไม่มีการอนุญาตตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากการขออนุญาตจากรัฐบาลแล้ว บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ จะต้องไปขออนุญาตกับครอบครัวของเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนด้วย
อย่างไรก็ตาม การประกาศของ 2 บริษัทที่ว่านี้ กลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลในสหรัฐอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่มีการเหน็บแนมว่า ถ้าปล่อยให้ฮอลลีวูดสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เกรงว่าจะใช้นักแสดงผิวขาวมาแสดงเป็นตัวละคร ซึ่งจะไม่มีความเหมาะสม และถือเป็นการไม่ให้เกียรติกับทีมช่วยเหลือและผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ถึงแม้จะมีชาวตะวันตกร่วมอยู่ด้วยก็ตาม
สำหรับเรื่องราวของเด็กติดถ้ำนี้ มีสถานีโทรทัศน์ 2 แห่งได้ทำเป็นสารคดีแล้ว โดยทางสถานี”ABC” ของสหรัฐ ได้ออกอากาศในช่วงพิเศษที่เรียกว่า”20/20” (Twenty-Twenty) ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่วนช่อง “Discovery” จะออกอากาศในวันศุกร์นี้ (13 ก.ค.) มีความยาว 1 ชั่วโมงเต็ม