“The 33” คือหนังที่นายบัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของไทย นำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ ที่มีบริษัทต่างชาติทาบทาม ขอผลิตภาพยนตร์จากชีวิตจริงของ 13 ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ เพราะเหตุการณ์ต่างๆ คล้ายกัน เพราะเนื้อหามีผู้ประสบภัย 33 ชีวิต ติดอยู่ในเหมืองซานโฮโซ่ ประเทศชิลีที่ถล่ม นาน 69 วัน จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก จนผู้กำกับฮอลลีวูดนำไปทำเป็นหนัง สร้างรายได้มหาศาล
นายบัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์ มองว่า การที่มีบริษัทต่างชาติมาติดต่อกับรัฐบาลไทยเพื่อขอสร้างหนัง 13 ทีมหมูป่าจากชีวิตและสถานที่จริงเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นฝ่ายที่กลั่นกรองเนื้อหาต่างๆ ไม่ให้เกิดความบิดเบือนหรือสร้างภาพลักษณ์ทางลบให้ประเทศ แต่ต้องรักษาผลประโยชน์ให้ให้กับตัวละครที่จะถูกนำชื่อและบทบาทในเหตุการณ์ด้วย เพราะถือว่ามีลิขสิทธิ์ ในฐานะเจ้าของเรื่องอย่างเต็มตัว ตั้งแต่การแบ่งรายได้ คำพูดและการแสดงต่างๆซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายชัดเจน ขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้กำกับกับเจ้าของชีวิตเท่านั้น
นอกจากนี้ หนังเรื่อง “พุ่มพวง” ที่เคยมีข้อพิพาทกับญาติของตัวละครที่ร้องเรียนว่าเนื้อหาบางส่วน บิดเบือน เช่น ฉากที่พุ่มพวงไม่สบาย สามี ไม่มาดูแล ฉากนี้ทำให้ลูกของ “ธีระพล แสนสุข” อ้างว่า ไม่ใช่เรื่องจริง จนเป็นที่มาของการฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิต
นายบัณฑิต ทองดี จึงเสนอให้รัฐบาลกลั่นกรอง เรื่องความสมัครใจในเหตุการณ์ทีมหมูป่า ด้วย และถ้ามีใครไม่ยินยอม ก็ให้ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งหน้าที่ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้อง
และวันนี้คณะกรรมการภาพยนต์และวิดีทัศน์แห่งชาติ มีมติตั้ง “คณะกรรมการระดับชาติ” คอยช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในฐานะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร จ.อุบลราชธานี วันที่ 24 ก.ค.นี้