วันนี้ (29 ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี น.ส.วิภา บานเย็น หรือครูวิภา อายุ 47 ปี ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ค้ำประกันกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้นักเรียนที่เป็นผู้กู้ยืมตั้งแต่ปี 2541-2542 จำนวน 60 ราย แต่มีลูกศิษย์ที่ค้างชำระหนี้ จนทำให้ครูวิภาในฐานะผู้ค้ำประกันถูกยึดทรัพย์ จนกระทั่งล่าสุด กยศ.ได้เจรจากับกรมบังคับคดีชะลอการบังคับคดีไว้ก่อนนั้น (อ่านข่าว : น้ำตาครูวิภา !! ค้ำศิษย์กู้เงิน กยศ. สุดท้ายโดนยึดทรัพย์ )
ล่าสุด ครูวิภา บอกว่า ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ให้นักเรียน 17 คน ที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องและยึดทรัพย์ครูวิภา โทรศัพท์ติดต่อไปที่กยศ.และติดต่อมาที่ตน หลังจากนั้น นักเรียนได้ติดต่อมาพร้อมแจ้งว่ามีการปิดบัญชีที่ตนเป็นคนค้ำประกันแล้ว เด็กแต่ละคนที่โทรมาคำแรกที่พูดคือ ขอโทษและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน และตนก็ให้อภัยและบอกเด็กว่า “ไม่เป็นไร” พร้อมกับแนะให้เด็กไปเคลียร์ยอดของตัวเองเพื่อผลดีที่จะตาม โดยขณะนี้มีผู้ปิดบัญชีไปจำนวน 10 คน บุคคลที่อยู่ระหว่างไกล่เกลี่ย 3 คน และกำลังจะฟ้องไกล่เกลี่ยอีก 4 คน
ครูวิภา ยอมรับว่า สภาพจิตใจดีขึ้น และดีใจที่เด็กติดต่อกลับมา แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ครู เนื่องจากตนยังต้องรับผิดชอบหน้าที่เรือจ้างต่อไป
ส่วนต่อไปจะเซ็นค้ำประกันให้เด็กที่กู้ยืมเงิน กยศ. อีกหรือไม่นั้น ตนขอคิดดูก่อน ที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะครูที่เดือดร้อน แต่กระทบไปถึงผู้ปกครองตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ โดยส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ เพื่อนนักเรียนที่ติดหนี้ กยศ. พยายามติดต่อประสานให้เพื่อนรายอื่นรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจาก บางคนไม่ทราบว่ากำลังจะโดนบังคับคดี เพราะไม่เคยมีสัญญาณหรือเอกสารแจ้งเกี่ยวกับหนี้ กยศ.
ทั้งนี้ ครูวิภา ฝากถึงนักเรียนทุกคนที่กู้ กยศ. ว่าเมื่อกู้ยืมเงินแล้วจะมีระยะเวลาการชำระหนี้ จึงอยากให้ชำระหนี้ตามกำหนด เนื่องจาก ครูที่ค้ำและนักเรียนจะได้ไม่ต้องมีปัญหา อีกทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ค้ำประกัน ในการเซ็นค้ำประกันแก่รุ่นน้องครั้งต่อไป
อ่านข่าว :
ครูร้อง เกือบ ถูกยึดบ้าน-ที่ดิน หลังศิษย์เกือบ 30 คนเบี้ยวจ่าย กยศ.