เมื่อวันที่ (30 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าญาติและครอบครัวของ น้องหญิง ตัดสินใจนำศพของน้องหญิง มาร้องขอความเป็นธรรมกับทางตำรวจกองปราบปราม เพื่อขอให้ตำรวจกองปราบโอนย้ายสำนวนคดีมาดำเนินการแทน เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่น้องหญิงเสียชีวิตเท่าที่ควร โดยญาติและครอบครัวของ “นางสาว นรีกานต์ ยาวิราช” หรือ น้องหญิง วัย 19 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ได้นำรถกระบะบรรทุกโลงศพ ของน้องหญิง เข้าร้องเรียนต่อตำรวจกองปราบปราม เพื่อขอให้รับโอนสำนวนคดีการเสียชีวิตอย่างปริศนาของน้องหญิงมาดำเนินการแทน หลังคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูกรบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ญาติยังไม่สามารถประกอบพิธีฌาปนกิจน้องหญิงได้ ต้องเลื่อนเผาศพมาแล้ว 2-3ครั้งแล้ว เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียรูปคดี
โดย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพศพของน้องหญิง เบื้องต้นได้รับการชันสูตรว่า ท้ายทอยถูกตีด้วยของแข็งหลายครั้ง ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของ นายอ๊อฟ คนที่ขับรถเทรลเลอร์ ที่ยืนยันว่า น้องหญิงกระโดดลงจากรถและเสียชีวิตเอง ทำให้ญาติติดใจสาเหตุการตายเพราะเชื่อว่าน่าเป็นการฆาตกรรม นอกจากนี้ยังได้เตรียมเอกสารหลักฐานที่เชื่อว่า น้องหญิงถูกฆาตกรรมอำพราง มามอบให้ตำรวจกองปราบเพื่อดำเนินการต่อไป
เบื้องต้นทางตำรวจกองปราบ จะทำการสอบปากคำญาติของน้องหญิงอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะมอบหมายให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดูว่าการสรุปสำนวนคดีของ สภ.บางปะอิน ตรงตามข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมทั้งเร่งตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของน้องหญิงที่แท้จริงเพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่า น้องหญิง อาจจะถูกข่มขืนก่อนเสียชีวิตหรือไม่นั้น เรื่องนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้คาดว่าจะมีการสรุปผลที่ชัดเจนออกมาจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ อีกครั้ง
นอกจากนี้ยังเตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา กับบุคคลที่อยู่กับน้องหญิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ในความผิดฐานร่วมกันทำให้น้องหญิงถึงแก่ความตาย และหากคดียังไม่มีความชัดเจน ในวันพรุ่งนี้ก็จะยื่นเรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตำรวจ สภ.บางปะอิน ต่อไป
พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ จะเดินทางความคืบหน้าติดตามคดีของน้องหญิง ที่ สภ.บางปะอิน เพื่อเดินหน้าเร่งรัดคดีดังกล่าวด้วยตนเอง