จับตาเขื่อนใหญ่น้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุม ขณะที่ฝนรอบใหม่กำลัง มา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้ช่วง 3 วันที่ผ่าน หลายพื้นที่ฝนจะเบาลงจากมรสุมที่อ่อนกำลังลง แต่หลายพื้นที่สถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วง เพราะน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สูงเกินเกณฑ์ควบคุม ขณะที่ฝั่งอีสานพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ระดับน้ำก็มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก จากอิทธิพลของน้ำจากฝั่งลาว

วันนี้ (3 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ที่ชาวอีสานค่อนข้างกังวล คือ จังหวัดสกลนคร ว่าน้ำจะท่วมหนักซ้ำรอยเมื่อปีที่แล้วหรือไม่ เพราะขณะนี้หนองหาร ซึ่งเป็นจุดรับน้ำจากตัวเมืองสกลนคร มีปริมาตรน้ำเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ของระดับกักเก็บแล้ว

ซึ่งปริมาตรน้ำในหนองหาร จังหวัดสกลนคร มีมากถึง 325 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งกว่าระดับกักเก็บก็จริง แต่กรมชลประทานประเมินว่า ในกรณีที่ไม่มีน้ำใหม่มาเพิ่ม และยังระบายน้ำออกได้ในอัตรา 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งไม่เกิน 3 วัน ระดับน้ำในหนองหารจะลดลงมาอยู่ที่ระดับกักเก็บ และจะลดลงเรื่อย ๆ โดยน้ำจากหนองหารจะถูกระบายลงลำน้ำก่ำ ไปออกแม่น้ำโขงที่ จังหวัดนครพนม

โดยภาพถ่ายดาวเทียมจากจิสด้าเห็นชัดเจนว่า น้ำจากลำน้ำก่ำ ตอนนี้มากระจุกตัวท่วมอยู่พื้นที่แถวตอนปลาย เพราะระบายออกได้น้อยเนื่องจากระดับน้ำโขงสูงกว่าตลิ่ง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามพื้นที่สีดำฝั่งลาวนี้ กว่า 100,000 ไร่ คือพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งน้ำจากฝั่งลาวก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโขงเช่นกัน ดังนั้นพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ไล่ตั้งแต่ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร ไปถึง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แม้ตอนนี้ระดับน้ำบางแห่งจะลดลง ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งในที่ประชุมศูนย์เฉพาะกิจร่วมบริหารจัดการน้ำวันนี้ ระบุว่า นอกจากสถานการณ์น้ำในบ้าน ต้องติดตามการปล่อยน้ำจากเพื่อนบ้านอย่างลาว และจีนด้วย นอกจากสถานการณ์ในลุ่มน้ำโขงแล้ว สิ่งที่ต้องจับตามอง คือ สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ ที่ตอนนี้ระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุมไปแล้ว

ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ ตอนนี้มีน้ำอยู่ 83 เปอร์เซ็น และมีแนวโน้มจะขึ้นไปแตะที่ 100 เปอร์เซ็นต์อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพราะน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนยังมากกว่าที่ระบายออกเกือบ 1 เท่าตัว ซึ่งน่าสนใจว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ซึ่งเป็นผู้ดูแลเขื่อน สัปดาห์ที่แล้ว ขอปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 28 ล้านลูกบาทเมตร และเมื่อต้นสัปดาห์ขอปรับเพิ่มเป็น 36 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่วันนี้ที่ประชุมระบุว่าไม่พอ ต้องปล่อยเพิ่มมากกว่านี้ แม้ว่าอาจจะกระทบกับพื้นที่รีสอร์ทที่อยู่ท้ายน้ำบางส่วน ก็ต้องยอมดีกว่ารอเวลาให้น้ำล้น และธรรมชาติบีบบังคับให้ได้รับผลกระทบหนักกว่านี้

สำหรับอีกเขื่อนที่อยู่ในชั่วโมงวิกฤติ คือ เขื่อนแก่งกระจาน ตอนนี้เหลือพื้นที่รับน้ำได้อีกแค่ประมาณ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันนี้น้ำไหลเข้า 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายได้ แค่ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น คาดว่าอีก 2 วันน้ำจะล้นออกทางระบายน้ำล้น หรืออาจจะล้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.61) โดยหากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้นจากฝนที่ตกเหนือเขื่อน ซึ่งน่าสนใจว่าหากถึงจุดนั้น น้ำจะถูกระบายออกจากเขื่อนลงแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น ในขณะกรมชลประทานจำเป็นต้องบริหารน้ำให้ไหลผ่านที่เขื่อนทดน้ำเพชรบุรี ไม่เกิน 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อไม่ให้ตัวเมืองเพชรบุรีได้รับผลกระทบ ดังนั้นอีกหนึ่งแผนที่กรมชลประทานทำวันนี้ คือ ติดตั้งเรือผลักดันน้ำไว้ที่ปลายน้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งพร่องน้ำโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า หลังจากวันที่ 5 ส.ค.นี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ เหนือ อีสาน และภาคตะวันตก จะมีฝนตกหนัก ซึ่งนอกจาก 4 เขื่อนใหญ่แล้ว อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก ในพื้นที่ดังกล่าวก็ต้องจับตาไม่แพ้กัน เพราะตอนนี้หลายแห่งก็มีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ