นางสุดารัตน์ ภูผานี พร้อมทนายความ และญาติ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ตำรวจให้ความเป็นธรรม ต้องการได้โฉนดที่ดินคืน หลังจากที่ นกน้อย อุไรพร เปิดบ้านแถลงข่าว ว่าไม่ได้เป็นการยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุนด้วยกัน ซึ่งการแถลงข่าวของ นกน้อย อุไรพร ไม่เป็นความจริง เกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความเสียหาย
ด้าน นายพีระนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์ ทนายความ เปิดเผย ทางฝ่ายคุณนกน้อย ได้ออกมาโต้แย้งว่า ไม่เคยได้รับเงิน หรือ เป็นการร่วมลงทุนการทำธุรกิจ จึงมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนช่วยไกล่เกลี่ยให้ เพราะอยากได้ที่ดินที่เป็นสมบัติของพ่อแม่นางสุดารัตน์ ไม่อยากให้เป็นคดีความ เพราะต้องเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาในเดือนก.ย.นี้
ส่วน นางสุดารัตน์ เปิดเผยว่า รู้จักกับแม่นกน้อย ผ่านทางหลวงพ่อรูปหนึ่ง ที่ตนนับถือเป็นพ่อโดยตนส่งให้หลวงพ่อเรียนจบปริญญาเอก ส่วนตนจบเพียงแค่ชั้น ป.6 ตอนนั้นแม่นกน้อย ติดหนี้ติดสินมากมาย มีลูกวงกว่า 200 ชีวิต จึงตัดสินใจ นำที่ดินแปลงนี้มาช่วย โดยหลวงพ่อท่านเป็นผู้รับรองให้ ตอนทำแรกๆไม่ได้มีการทำสัญญาอะไร ทางแม่นกน้อยบอกว่า 2 เดือน เขาจะเอาโฉนดมาคืนให้ จนถึงวันนี้ 4 ปีที่มีการทวงอยู่ตลอด ก็บอกปัดว่าสปอนเซอร์ยังไม่ได้เงิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางแม่นกน้อยบอกว่า ไม่ได้ยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุน นางสุดารัตน์ ตอบว่า ยืนยันว่า เงิน 3.8 ล้านบาท ไม่ได้เอาไปร่วมลงทุนกับแม่นกน้อย เพราะตนเองมีธุรกิจที่ต่างประเทศอยู่แล้วใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะมาร่วมลงทุนที่ประเทศไทย
ตนพร้อมและยอมที่จะไกล่เกลี่ย ขอแค่โฉนดที่ดินคืนเท่านั้น เรื่องก็จบกัน และจะไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น อยากได้โฉนดคืนมา ยอมรับว่าตอนนี้ลำบากมาก ธุรกิจที่ทำต้องลงทุนเพิ่ม จึงอยากได้ที่ดินคืน เพื่อนำมาแบ่งขายไปลงทุนที่สหรัฐฯ
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจขอเวลาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และจะนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ย หากทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกันได้ ก็จะถือว่าคดีสิ้นสุด แต่ถ้าเจรจาไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จะนัดเจรจาให้เสร็จก่อนวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่นางสุดารัตน์ฯ ต้องเดินทางกลับสหรัฐฯ
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้