เมื่อวันที่ (31 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ชี้แจงเหตุผลที่ ป.ป.ท.จะรับ นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม เข้าทำงาน โดยระบุว่า น้องแบม เป็นผู้เปิดโปงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง จนนำไปสู่การสอบสวนเอาผิดทั่วประเทศกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้ความกล้าหาญ จนนำไปสู่การสืบพบขบวนการทุจริต สามารถดำเนินคดีกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพัฒนาสังคมฯ จึงถือเป็นตัวอย่างที่รัฐควรยกย่องและดูแล ประกอบกับน้องแบมประสงค์จะเข้ารับราชการ
สำหรับการรับน้องแบมเข้าทำงาน ป.ป.ท. อ้างอิง ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ซึ่งแม้ว่าจะกำหนดระบบสรรหาบุคคลเข้ารับราชการด้วย วิธีการสอบคัดเลือกทั่วไป ที่มีสอบ ภาค ก ภาค ข แต่ในระเบียบยังมีช่องทางการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ ที่จะใช้กับบุคคลทำคุณงามความดี หรือนักกีฬาโอลิมปิก ดังนั้นกรณีน้องแบมจึงเข้าข่าย "การคัดเลือกพิเศษ" และในเวลานี้ ป.ป.ท.มีตำแหน่งงานว่าง 2 ตำแหน่ง คือ นักสืบสวนสอบสวน และ นักวิชาการยุติธรรม จึงเปิดโอกาสให้น้องแบมมาสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วนขั้นตอนการรับน้องแบมเข้าทำงาน เริ่มจากต้องยื่นใบสมัครทั้งวุฒิการศึกษาแฟ้มสะสมผลงานต่อสำนักงาน ป.ป.ท.ส่วนกลาง หรือ เขต4 จากนั้น ป.ป.ท.จะส่งเอกสารให้สำนักงาน ก.พ.ลงมติเห็นชอบ หากได้รับอนุมัติ ก็จะส่งผลและกำหนดวิธีการขั้นเลือกกลับมาให้ ป.ป.ท.ดำเนินการ ซึ่งแนวทางอาจจะเป็นได้ทั้งวิธีการสัมภาษณ์ หรือสอบข้อเขียน โดยคาดว่าจะทราบผลภายในสิ้นปีนี้
หลังน้องแบมทราบเรื่องจากคณะทำงานของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่โทรแจ้งวานนี้ เธอบอกกับพีพีทีวีว่า รู้สึกดีใจที่สำนักงาน ป.ป.ท. ให้โอกาส จึงตัดสินใจรับปากจะร่วมงานด้วย และตัดใจไม่เข้าทำงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์