วันนี้ (13 ก.ย.61) นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบมีบุคคลที่รวบรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของผู้ที่อยู่ใน อำเภอ วัฒนานคร และ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อไปกดเป็นเงินสดแทนผู้ถือบัตรฯ โดยได้ค่าตอบแทน 20-40 บาทจริง ซึ่งจากการพูดคุยกับ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แจงว่า ไม่เข้าใจวิธีกดเงิน และหากเดินทางมาเอง ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ก็รับฟังปัญหาในการใช้งานไว้ แต่กรณีนี้ก็ถือเป็นความสมยอม ของทั้ง 2 ฝั่ง จึงไม่สามารถเอาผิดกับทั้งคู่ได้
โดยเบื้องต้น จึงได้มีการประสาน ยังกระทรวงการคลัง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ช่วยปรับหลักเกณฑ์ ให้เป็นลักษณะที่วงเงินกดเงินสด สามารถโอนย้ายมาใช้จ่ายกับร้านธงฟ้าฯ ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ เพราะบางพื้นที่ที่ห่างไกลมาก ๆ ไม่มีแม้กระทั่งตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ที่ใช้สำหรับทำรายการ
นอกจากนี้ นายวิชัย ยังเสนอไปยัง กระทรวงการคลัง ให้ปลดล็อก เรื่อง ปัญหาการใช้บัตร ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะใช้ซื้อสินค้าใน ร้านค้าที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น ถุงเงินประชารัฐ เนื่องจากต้องมีการเปิดระบบของบัตรที่ตู้เอทีเอ็มเช่นกัน ซึ่งสร้างความยุ่งยากและสับสนให้กับผู้ถือบัตร จึงเสนอให้ยกเลิกการกดรหัส เพื่อให้ใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า ที่ต้องมีการยืนยันรหัสเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าของบัตร เพราะในอนาคตบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะใช้ในการคืนภาษี และจ่ายสวัสดิการต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลภายในบัตรใบเดียว
ทั้งนี้ส่วนความคืบหน้าการรับสมัครร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ใช้โทรศัพท์มือถือ ผ่านแอพพลิเคชั่น ถุงเงินประชารัฐ ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ ส่งรายชื่อร้านค้าไปยังกระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วกว่า 26,000 ร้านค้า และได้รับการอนุมัติแล้ว กว่า 10,000 ร้านค้า โดยขณะนี้ มีวงเงินการใช้รวมกว่า 133 ล้านบาท พร้อมเร่งให้พาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่เชิญชวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการให้ได้ตามเป้าหมาย 100,000ร้านค้า เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้บัตรสวัสดิการทั่วประเทศ