เมื่อวันที่ (18 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ไปตรวจสอบและเก็บตัวอย่างดิน คือ หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในซอยนวมินทร์ 42 ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง และเป็นหนึ่งในหลายจุดที่ตำรวจสงสัยว่า ดินบางส่วนที่ขุดจากอุโมงค์แยกรัชโยธิน ถูกขนไปเท โดยการตรวจสอบใช้เวลา 1 ชั่วโมง ก่อนที่ตำรวจจะขับรถออกไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ แต่จากการสังเกตภายในรถกองพิสูจน์หลักฐาน พบว่ามีกล่องอยู่ท้ายรถ ระบุว่า เคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งคาดมีตัวอย่างดินที่เก็บได้ไปตรวจสอบ
พันตำรวจเอกคมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่นำกำลังตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจค้น ให้ข้อมูลว่า การเก็บตัวอย่างดินครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังคนขับรถบรรทุกให้การว่า ขนดินจากอุโมงค์แยกรัชโยธินบางส่วนมาทิ้งในหมู่บ้านแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และ สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ตำรวจคาดว่ายังมีอีกหลายจุดที่ถูกใช้เป็นพื้นที่เทดิน เบื้องต้นจะให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบดิน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลากี่วัน เพราะต้องแยกสารประกอบและแร่ธาตุในดิน เพื่อเปรียบเทียบ แต่จะสามารถระบุได้ชัดว่าดินในหมู่บ้านจะมาจาก แยกรัชโยธินหรือไม่นั้น ยังตอบได้ในขณะนี้
ก่อนหน้านี้พันตำรวจเอกอิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการสน.พหลโยธิน ร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดข้อหาลักทรัพย์ หลังพลตำตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งตั้งคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะมีข้อมูลจากการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความเป็นไปได้ที่ดินจากอุโมงค์แยกรัชโยธิน ถูกลักลอบนำไปขายให้เอกชน ซึ่งผิดเงื่อนไขที่ให้หน่วยงานรัฐใช้ประโยชน์ เนื่องจากดินถือเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร ผู้ที่สามารถนำไปใช้ได้ จะต้องเป็นหน่วยงานรัฐ ที่ขออนุญาตกับ กทม.อย่างถูกต้อง โดยไม่สามารถนำไปขายต่อได้
เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร พบว่ามีประมาณ 10 หน่วยงาน ที่ทำเรื่องขอดินเพื่อไปใช้ประโยชน์หรือประมาณ 170,000 ลูกบาศก์เมตร และส่งดินไปแล้ว 2 หน่วยงาน ประมาณ 60,000 ลูกบาศก์เมตร
ส่วนดินที่ขุดออกไปมีทั้งหมดเท่าไหร่ ต้องตรวจสอบจากเอกสารแบบแปลนทางวิศวกรรม และตรวจสอบจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ในฐานะผู้รับสัมปทาน รวมถึงผู้รับเหมาด้วย ซึ่งตำรวจยืนยันว่าหากมีหลักฐานชี้ชัดว่ามีการนำดินไปขายให้เอกชนจริง ก็สามารถดำเนินคดีได้ ในข้อหาลักทรัพย์