เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ย้ำชัดว่า พรรคการเมืองยังไม่สามารถใช้โซเชียล มีเดีย หาเสียงในขณะนี้ได้ เนื่องจากตีความว่า การใช้โซเชียล มีเดีย ไม่แตกต่างจากการพูด พร้อมระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จะมีหน้าที่พิจารณาว่า พรรคการเมืองใดใช้โซเชียล มีเดีย แล้วเข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งจะมีบทลงโทษตามกฎหมาย พร้อมห้าม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หาเสียช่วยพรรคการเมือง เพราะไม่ใช่หน้าที่ และใครก็หาเสียงไม่ได้ รวมถึงห้ามทหารที่ใส่เครื่องแบบไปเดินตามนักการเมือง ยืนยันว่าการหาเสียงจะทำได้ในเดือนธ.ค.
ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองตั้งข้อสงสัยว่าคำสั่ง คสช.ที่อนุญาตให้พรรคการเมืองจัดหาสมาชิกพรรคได้ แต่ห้ามหาเสียงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง เพราะการหาสมาชิก ต้องประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค ล่าสุด นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ยอมรับว่า ยังไม่ได้หารือกับ คสช. แต่ส่วนตัวมองว่า ยังมีคำสั่ง คสช.ที่ 57/ 2557 ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองอยู่ การหาเสียงไม่ว่าจะทางตรง ทางอ้อม หรือในออนไลน์ จึงไม่สามารถทำได้
แต่หลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค. 2561 กกต.จะออกระเบียบเรื่องการหาเสียง เพื่อให้พรรคการเมืองมีแนวทางปฎิบัติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง
ส่วนการออกประกาศจำนวน ส.ส. และ จำนวนเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันนี้ นายอิทธิพล แถลงย้ำว่า เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ คือ ประชากร 189,110 คน คิดเป็น ส.ส. 1 คน หากเทียบกับการเลือกตั้งปี 2557 พบว่า มี 23 จังหวัด ถูกปรับลดจำนวน ส.ส.ลง กรุงเทพมหานคร เป็น พื้นที่ที่ถูกปรับลดมากที่สุด จาก ส.ส. 33 คน เหลือ 30 คน
ส่วนภาคเหนือจะเหลือ ส.ส. 33 คน จากเดิม 36 คน ภาคอีสาน 116 คนจากเดิม 126 คน ภาคกลาง 76 คน จากเดิม 82คน และ ภาคใต้เหลือ 50 คน จากเดิมที่ 53 คน ส่วน ภาคที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ ภาคตะวันออก 26 คน และภาคตะวันตก 19 คน เท่าเดิม
อ่านเพิ่มเติม : กกต.ออกประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง พบ 23 จังหวัด ถูกปรับ ส.ส. ลดลง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้