เมื่อศพ นายโคอิ มีมิ หรือ ปู่คออี้ ถูกเคลื่อนย้ายลงมาจากบ้าน ความโศกเศร้าก็เริ่มเห็นชัดขึ้นจากสีหน้าของลูกหลาน และญาติ เสียงเพลงทำนองปกาเกอะญอ กับเสียงแคน ดังขึ้นระหว่างเคลื่อนศพจากบ้านปู่คออี้ ไปยังจุดเผาศพท้ายหมู่บ้าน คนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้านจะอ่านบทกลอนเป็นทำนองเพลง พวกเขาบอกว่าเนื้อเพลงหมายถึงการเดินขึ้นภูเขา ลงภูเขากับเพื่อนอย่างมีความสุข ทดแทนความโศกเศร้าที่เกิืดขึ้น
ทันทีที่ที่จุดกองฟอน ไฟหลังผ้าขาวโหมขึ้น เสียงแคน จากนายนอแอะ มีมิ ลูกชายวัย 55 ปี ถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศที่ดูเหมือนจะโศกเศร้า กลับมามีสีสัน ด้วยเสียงเพลงสำเนียงปกาเกอะญอ เป็นเหมือนคำอวยพรที่ต้องการสื่อสารถึงวิญาณผู้ตาย ให้ไปอยู่ในที่ที่อุดมสมบูรณ์
ตามธรรมเนียมของชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ลูกหลาน ต้องเฝ้าจนกว่าพิธีเผาจะจบ และเก็บกระดูก ก่อนใช้น้ำรดจุดเผาศพ เพราะตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง น้ำเปรียบเสมือนแม่ ที่สร้างธรรมชาติ และเป็นผู้ให้ชีวิต พวกเขาจึงเคารพน้ำ การรดน้ำลงไป เป็นเหมือนเครื่องมือสื่อสารไปยังพระแม่ธรณี
หากดูจากพิธีกรรมของปกาเกอะญอ ที่ล้วนมาจากแนวทางที่ยึดโยงชีวิตเข้ากับธรรมชาติ วิิิถีที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น การสูญเสีย ปู่คออี้ จึง ไม่ใช่เพียงการสูญเสียผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงเท่านั้น แต่ยังเสียองค์ความรู้ครั้งใหญ่ของปกาเกอะญอ ผู้ที่สอนลูกหลานให้มีวิถีอยู่กับธรรมชาติ
ณัฐพล เนียมนาค ถ่ายภาพ
อัฟนัน อับดุลเลาะ รายงาน