เมื่อวันที่ (27 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งขอสังเกตของผู้เลี้ยงปลาในกระชังในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนั่งเรือสำรวจพบปลาในธรรมชาติยังคงลอยหัวหายใจที่ผิวน้ำอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเขื่อนกระเสียว ซึ่งจุดนี้อยู่ห่างจากโซนที่ทำกระชังปลาประมาณ 300 เมตร โดยระบุว่าปลาในธรรมชาติปกติจะลอยหัวช่วงเช้า เพราะกลางคืนน้ำจะออกซิเจนต่ำกว่า แต่ที่พบคือช่วงเย็นถือว่าผิดธรรมชาติ อยากให้ทางการช่วยชี้แจงเรื่องผลของสารปนเปื้อนในน้ำที่เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ
นอกจากผลค่าบีโอดี ที่ตรวจแล้วพบว่าต่ำถึง 0.226 ที่มาตรฐานของน้ำทั่วไปต้องอยู่ที่ 3.0 โดยศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้เลี้ยงปลาในกระชัง มีนายอำเภอด่านช้างเป็นผู้อำนวยการ วิเคราะห์สาเหตุการตายของปลาทับทิมและปลานิลจำนวนมากว่ากิดจากฝนตกหนักเมื่อวันที่ 20-22 ตุลาคม ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงคลองกระเสียว ก่อนมวลน้ำป่าจะไหลลงอ่างและพัดเอาตะกอนด่านล่าง โดยเฉพาะใต้กระชังปลาที่มีเศษอาหารปลาทับถมหลายสิบปี ขึ้นมาบนผิวน้ำ ประกอบกับเวลานั้นบริเวณอ่างเก็บน้ำมีเมฆปกคลุม ไม่มีแดดส่งลงมาจนพืชน้ำและแพลงตอนไม่สังเคราะห์แสง จนทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่การย้ายปลาตาย ตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้หมดทุกกระชัง และปลาที่เน่าอยู่กลางอ่างเริ่มส่งผลเสียต่อระบบนิเวศมีคราบมันปลาลอยเป็นฟิล์มปกคลุมผิวน้ำบางส่วน ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนกระเสียวระบุว่า ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการระบายออกและรอน้ำใหม่มาเติม กว่าสภาวะของน้ำจะกลับสู่สภาพเดิม
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้