โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ เป็นได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ชะนี ลิง กระรอก ค้างคาว หนู แม้แต่วัว ควาย แพะ ซึ่งโรคนี้หากเกิดอาการแล้วจะเสียชีวิตทุกราย 100% โดยเชื้อนี้สามารถแพร่จากสัตว์ที่ติดเชื้อ/เป็นโรคพิษสุนัขบ้าสู่สมนุษย์ ผ่านการกัด ข่วน ผ่านทางบาดแผล เยื่อบุตา จมูก ปาก แพร่เชื้อทางน้ำลายของสัตว์ป่วย โดยน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อคือแหล่งแพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ที่อันตรายที่สุด
ในส่วนของอาการ บางคนมีอาการหลังรับเชื้อ 3 สัปดาห์ถึง 6 เดือน บางรายนานถึง 1 ปี โดยอาการเริ่มแรกคือ เบื่ออาหาร เจ็บคอ มีไข้ อ่อนเพลีย คันรุนแรงบริเวณบาดแผล พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง กระสับกระส่าย กลัวแสงกลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง เพ้อเจ้อ กลืนลำบาก ปวดท้องน้อย กล้ามเนื้อขากระตุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เกร็ง อัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด ที่ผ่านมา ประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า ใน 3 จังหวัด คือ สงขลา ตรัง และสุรินทร์ โดยประชาชนกลุ่มที่เสี่ยงคือเด็กๆ ที่อาจระวังตัวเองดีไม่พอ
ฉะนั้น การดูแลตัวเองที่ถูกต้องนั้น คือ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า หากที่บ้านมีสัตว์เลี้ยงต้องนำไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี ทำหมันและฉีดยาคุมเพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนมากเกินไป และผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเลี้ยงสัตว์เพราะยังไม่สามารถดูแลสุนัขได้อย่างปลอดภัย เมื่อถูกสุนัขกัดต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำและน้ำสบู่หลายๆ ครั้ง โดยให้น้ำไหลผ่านเป็นเวลานาน แล้วทายาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-iodine) หรือแอลกอฮอล์ จากนั้น ให้จดจำลักษณะของสัตว์ เพื่อค้นหาเจ้าของ สอบถามประวัติความเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า และ ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าภายใน 2 วัน
นอกจากนี้ ต้องกักสุนัข หรือ แมวตัวที่กัดไว้เพื่อสังเกตอาการ 10 วัน หากตายให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที ในส่วนของการฉีดวัคซีน คนเราสามารถฉีดป้องกันแบบล่วงหน้าได้ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า สามารถฉีดวัคซีนในปริมาตร 0.5 ซีซี เพียง 3 เข็ม ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ หากถูกสัตว์กัดจะฉีดกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม และไม่จำเป็นต้องได้รับเซรุ่ม
ขอขอบคุณ ข้อมูลดีดี จาก โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศในเครือ BDMS “เรื่องสุขภาพ เราเชี่ยวชาญ”